เงินเทอร์โบจับมือ responsAbility เงินกู้ 15 ล้านดอลลาร์
เงินเทอร์โบจับมือ responsAbility เงินกู้ 15 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของวงการการเงินไทย เมื่อ responsAbility Investments AG ผู้จัดการสินทรัพย์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เข้ามาสนับสนุนวงเงินสินเชื่อจำนวน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะเวลา 3 ปี ให้แก่บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) หรือ SET: TURBO โดยเบิกจ่ายแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569
ดีลดังกล่าวนับเป็นการลงทุนครั้งแรกของ responsAbility ในเงินเทอร์โบ และสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ฐานะทางการเงิน ตลอดจนธรรมาภิบาลของบริษัท หลังจากเงินเทอร์โบเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2568 ความร่วมมือครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มทางเลือกด้านแหล่งเงินทุนให้บริษัท จากเดิมที่พึ่งพาสถาบันการเงินในประเทศเป็นหลัก ไปสู่การมีพันธมิตรทางการเงินระดับสากลมากขึ้น
เงินเทอร์โบจับมือ responsAbility เงินกู้ 15 ล้านดอลลาร์
เงินทุนระยะยาวจาก responsAbility จะถูกนำไปใช้ขยายการปล่อยสินเชื่อรายย่อยผ่านเครือข่ายสาขาของเงินเทอร์โบ เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังเข้าไม่ถึงบริการของธนาคารพาณิชย์ สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง และเจ้าของกิจการขนาดเล็กในชุมชน
แม้คนไทยจำนวนมากจะมีบัญชีเงินฝาก แต่การขอสินเชื่อในระบบยังเป็นเรื่องยากสำหรับบางกลุ่ม เนื่องจากไม่มีเอกสารแสดงรายได้ที่ชัดเจน ไม่มีประวัติเครดิต หรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ เมื่อไม่สามารถผ่านเกณฑ์ของธนาคารได้ คนกลุ่มนี้อาจต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบซึ่งมีต้นทุนสูงและมีความเสี่ยงมากกว่า เงินเทอร์โบจึงเข้ามาเป็นอีกทางเลือกที่อยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย
โอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบอย่างรับผิดชอบ
จุดเด่นของเงินเทอร์โบคือการให้บริการสินเชื่อที่ใช้ทรัพย์สินใกล้ตัวเป็นหลักประกัน เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือโฉนดที่ดิน ทำให้ผู้กู้สามารถนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาใช้ประกอบการพิจารณาได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์สำหรับบุคคลและผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการค้าขายและการประกอบอาชีพ
เงินเทอร์โบก่อตั้งขึ้นในปี 2560 และเปิดสาขาแรกที่จังหวัดนนทบุรีในปี 2561 จากนั้นขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องจนมีสาขามากกว่า 1,000 แห่งใน 54 จังหวัด ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้ภายในเวลาประมาณ 20 นาที ขณะที่หลายสาขาเปิดให้บริการ 7 วันต่อสัปดาห์ การมีสาขาในพื้นที่ต่างจังหวัดช่วยให้บริษัทเข้าใจบริบทของลูกค้าแต่ละชุมชน และสามารถนำเสนอแนวทางสินเชื่อที่สอดคล้องกับอาชีพและความสามารถในการชำระหนี้
นอกจากช่องทางสาขาแล้ว เงินเทอร์โบยังพัฒนาแอปพลิเคชันของตนเองเพื่อช่วยบริหารข้อมูลและลดต้นทุนการดำเนินงาน เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้กระบวนการพิจารณาสินเชื่อมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าที่ต้องการติดตามข้อมูลหรือใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล
การเติบโตควบคู่กับธรรมาภิบาล
บริษัทดำเนินงานตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ หรือ Responsible Lending ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ การควบคุมเพดานดอกเบี้ย และการพิจารณาภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ DSR แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกค้าจะก่อหนี้เกินความสามารถ และสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างผู้ให้บริการกับผู้กู้
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เงินเทอร์โบมีพอร์ตสินเชื่อสุทธิประมาณ 12,000 ล้านบาท หรือราว 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์และการเสริมความแข็งแกร่งของฐานทุนภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ BBB- ด้วยแนวโน้มเป็นบวกจากทริสเรทติ้ง
สำหรับ responsAbility การเข้ามาสนับสนุนเงินเทอร์โบสอดคล้องกับแนวคิด Impact Investing ซึ่งมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้ต่อผู้คนและสังคม ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนทางการเงิน นักลงทุนมองเห็นบทบาทของเงินเทอร์โบในการช่วยให้ครัวเรือนชนบท ผู้หญิง และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุน แม้จะไม่มีเอกสารรายได้แบบที่ธนาคารพาณิชย์มักกำหนด
responsAbility เป็น Impact Asset Manager ชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในตลาดเอกชนของประเทศตลาดเกิดใหม่ บริษัทสนับสนุนเงินทุนทั้งในรูปแบบตราสารหนี้และตราสารทุนแก่สถาบันการเงิน กิจการ และกองทุนระดับกลาง โดยผสานประเด็น ESG และผลกระทบทางสังคมไว้ในกระบวนการลงทุน ปัจจุบันบริษัทบริหารสินทรัพย์ประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงทุนในราว 70 ประเทศ และนับตั้งแต่ก่อตั้งได้ลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบแล้วกว่า 18,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในมุมของลูกค้า ความร่วมมือครั้งนี้อาจช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงเงินทุนที่ถูกกฎหมายและมีเงื่อนไขชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้กู้ควรประเมินรายได้ ค่าใช้จ่าย และความสามารถในการผ่อนชำระก่อนตัดสินใจทุกครั้ง การมีสินเชื่อในระบบจะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อใช้เพื่อสร้างรายได้หรือแก้ปัญหาสภาพคล่องอย่างมีแผน
โดยสรุป เงินเทอร์โบจับมือ responsAbility เงินกู้ 15 ล้านดอลลาร์ ไม่ได้เป็นเพียงธุรกรรมทางการเงิน แต่ยังสะท้อนทิศทางการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนตัวเล็กในสังคม การมีเงินทุนระยะยาวจากพันธมิตรระดับโลกจะช่วยให้เงินเทอร์โบเดินหน้าขยายบริการ พร้อมรักษามาตรฐานสินเชื่ออย่างรับผิดชอบได้ต่อเนื่อง ความเห็นส่วนตัวคือความร่วมมือนี้น่าจับตา เพราะหากบริษัทบริหารการเติบโตอย่างรอบคอบ ก็มีโอกาสช่วยลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบและสร้างระบบการเงินที่ทั่วถึงยิ่งขึ้น
ที่มา – “เงินเทอร์โบ” จับมือ “responsAbility” Impact Fund ระดับโลก ผ่านเงินกู้ 15 ล้านดอลลาร์ฯ