“เจนีวา” เริ่มต้นที่ “นาฬิกา” เมืองแห่งเวลา
หากพูดถึงสวิตเซอร์แลนด์ หลายคนอาจนึกถึงเทือกเขาแอลป์ ช็อกโกแลต หรือธรรมชาติแสนสวย แต่สำหรับคนที่หลงใหลในงานฝีมือและเรื่องราวของเวลา เมืองเจนีวาคือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เพราะ “เจนีวา” เริ่มต้นที่ “นาฬิกา” และมรดกด้านการประดิษฐ์นาฬิกาก็เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์เมืองมายาวนานหลายศตวรรษ
เจนีวาเป็นแหล่งรวมช่างทำนาฬิกาฝีมือยอดเยี่ยม แบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ช่างอิสระ พิพิธภัณฑ์ และร้านบูติกที่ถ่ายทอดศิลปะการผลิตนาฬิกาจากรุ่นสู่รุ่น ความพิถีพิถันในทุกชิ้นส่วนสะท้อนแนวคิดแบบสวิสที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำ ความประณีต และการออกแบบที่อยู่เหนือกาลเวลา
“เจนีวา” เริ่มต้นที่ “นาฬิกา” และเสน่ห์ของเมืองริมทะเลสาบ
เมื่อไม่นานมานี้ การท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ หรือ Switzerland Tourism ร่วมกับ Geneva Tourism & Conventions จัดนิทรรศการนาฬิกาจากเวที Grand Prix d’Horlogerie de Genève หรือ GPHG โดยนำนาฬิกาที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจำนวน 78 เรือนมาจัดแสดงในกรุงเทพฯ งานนี้จัดโดย PMT The Hour Glass ณ เดอะฟอรัม เกสรอมรินทร์ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสเสน่ห์ของนาฬิกาสวิสและทำความรู้จักเมืองเจนีวามากขึ้น
นอกจากเรื่องราวของนาฬิกาแล้ว เจนีวายังได้รับฉายาว่า “สวิส ริเวียร่า” หรือ Swiss Riviera เพราะบรรยากาศริมทะเลสาบเจนีวาให้ความรู้สึกคล้ายเมืองตากอากาศแถบเมดิเตอร์เรเนียน อากาศอบอุ่น มีต้นปาล์มเรียงราย และมีทิวทัศน์ของเทือกเขาเป็นฉากหลัง ทำให้เมืองนี้เหมาะกับการเดินทางแบบสบาย ๆ ไม่ว่าจะมาเที่ยวคนเดียว มาเป็นคู่ หรือพาครอบครัวมาพักผ่อน
“เจนีวา” เริ่มต้นที่ “นาฬิกา” แต่เที่ยวได้มากกว่านั้น
แลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของเมืองคือ “น้ำพุเจ็ทโด้” หรือ Jet d’Eau ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบเจนีวา สายน้ำสีขาวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความสูงประมาณ 140 เมตร จึงสามารถมองเห็นได้จากหลายมุมของเมือง รวมถึงจากบนเครื่องบิน น้ำพุแห่งนี้ใช้น้ำประมาณ 500 ลิตรต่อวินาที และพุ่งออกมาด้วยความเร็วราว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงเวลาที่เปิดทำการ จะมีมวลน้ำลอยอยู่กลางอากาศเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นภาพที่น่าประทับใจ
ที่น่าสนใจคือ น้ำพุเจ็ทโด้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่เดิมเป็นวาล์วระบายแรงดันของโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำในปี ค.ศ. 1886 เมื่อช่างฝีมือและคนงานนาฬิกาปิดเครื่องจักรในช่วงเย็น ความดันน้ำในระบบจะเพิ่มสูงขึ้น วิศวกรจึงสร้างท่อระบายน้ำให้พุ่งขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันท่อแตก ต่อมาชาวเมืองเริ่มสนใจและมองเห็นความสวยงามของสายน้ำ จึงมีการย้ายจุดติดตั้งมายังบริเวณท่าเรือ Eaux-Vives ในปี ค.ศ. 1891 และพัฒนาให้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเจนีวามาจนถึงปัจจุบัน
นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นริมทะเลสาบ ชมวิวเทือกเขา ถ่ายภาพกับน้ำพุเจ็ทโด้ หรือล่องเรือชมเมืองจากมุมที่แตกต่างได้ หากมีเวลา ควรเลือกช่วงเย็นเพื่อชมแสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำและบรรยากาศโรแมนติกของเมือง
สถานที่น่าเที่ยวในเจนีวาสำหรับคนรักศิลปะและวัฒนธรรม
เจนีวามีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายมากกว่านาฬิกาและทะเลสาบ ย่านเมืองเก่าคือหนึ่งในจุดหมายที่เหมาะกับการเดินชมอาคารเก่า ถนนหินลูกเต๋า และร้านค้าขนาดเล็ก เริ่มต้นจากมหาวิหารเซนต์ปิแอร์ หรือ St. Pierre Cathedral แล้วเดินต่อไปยัง Place du Bourg-de-Four จัตุรัสเก่าแก่ที่สุดของเมือง ที่นี่มีคาเฟ่ ร้านอาหาร และมุมพักผ่อนให้แวะนั่งชมผู้คน
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์โลกสามารถเยี่ยมชมสำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา หรือ International Geneva at the Palais des Nations รวมถึงพิพิธภัณฑ์กาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงนานาชาติ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวด้านมนุษยธรรมและบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศได้อย่างน่าสนใจ ส่วนคนรักนาฬิกาไม่ควรพลาดพิพิธภัณฑ์ปาเต็ก ฟิลิปป์ ที่รวบรวมเรือนเวลาหายากและบอกเล่าพัฒนาการของการผลิตนาฬิกาอย่างละเอียด
อีกหนึ่งจุดที่สะท้อนวัฒนธรรมการทำนาฬิกาของเมืองคือ นาฬิกาดอกไม้ในสวนชาร์แดงอองเกล หรือ Jardin Anglais นาฬิกาแห่งนี้ผสมผสานกลไกที่แม่นยำเข้ากับการจัดสวนอย่างสวยงาม จนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของผู้มาเยือน
ประสบการณ์ทำและเรียนรู้การประกอบนาฬิกาสวิส
ถ้าอยากเข้าใจหัวใจของงานนาฬิกามากกว่าการชมในตู้จัดแสดง ควรลองไปที่ INITIUM เวิร์กช็อปและโรงเรียนสอนประกอบนาฬิกาจักรกลสวิส ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 ที่นี่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้กระบวนการทำงานของนาฬิกาแบบใกล้ชิด โดยมีช่างทำนาฬิกามืออาชีพคอยให้คำแนะนำ
ผู้เข้าร่วมจะได้ทำความรู้จักกับชิ้นส่วนขนาดเล็ก เรียนรู้ว่ากลไกแต่ละตัวเคลื่อนไหวอย่างไร และทดลองใช้เทคนิคดั้งเดิมที่ถ่ายทอดกันมาหลายรุ่น ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก ผู้มาเยือนอาจได้ออกแบบและประกอบนาฬิกาสวิสของตัวเองกลับไปเป็นของที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อปทำเครื่องประดับและมีดพกสวิส เหมาะกับคนที่ชื่นชอบงานฝีมือและอยากสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย
คาเฟ่ ช็อกโกแลต และไร่องุ่นใกล้เมือง
หลังจากเรียนรู้เรื่องนาฬิกาแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสำรวจย่านคารูจ หรือ Carouge ย่านที่เต็มไปด้วยร้านบูติก คาเฟ่ และอาคารสไตล์อิตาเลียน เดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลินและเหมาะกับการนั่งจิบกาแฟช้า ๆ นอกจากนี้ เจนีวายังมีร้านช็อกโกแลตอาร์ติซานหลายแห่งให้เลือกชิม ผู้มาเยือนสามารถใช้บัตร “ช็อกโก พาส” เพื่อค้นหาร้านที่มีเอกลักษณ์และทดลองรสชาติช็อกโกแลตหลากหลายแบบ
หากอยากสัมผัสวิถีท้องถิ่นมากขึ้น เพียงเดินทางออกจากตัวเมืองไม่ไกลก็จะพบไร่องุ่นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมการผลิตไวน์ ชิมไวน์ท้องถิ่น และชมวิวชนบทที่เงียบสงบ การจัดเส้นทางเที่ยวให้มีทั้งเมืองเก่า ทะเลสาบ คาเฟ่ ไร่องุ่น และพิพิธภัณฑ์ จะช่วยให้การเดินทางในเจนีวามีสีสันและไม่น่าเบื่อ
- เริ่มต้นวันด้วยการชมทะเลสาบและน้ำพุเจ็ทโด้
- เดินสำรวจเมืองเก่า มหาวิหารเซนต์ปิแอร์ และจัตุรัส Place du Bourg-de-Four
- แวะพิพิธภัณฑ์ปาเต็ก ฟิลิปป์หรือนาฬิกาดอกไม้
- ลองทำเวิร์กช็อปประกอบนาฬิกาที่ INITIUM
- ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลต อาหารท้องถิ่น หรือมื้อค่ำแบบไฟน์ไดนิ่งริมทะเลสาบ
เจนีวาจึงไม่ใช่เพียงเมืองผ่านสำหรับคนที่เดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ แต่เป็นเมืองที่ชวนให้ค่อย ๆ ทำความรู้จักผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ตั้งแต่เสียงกลไกนาฬิกา ถนนหินเก่า กลิ่นช็อกโกแลต ไปจนถึงสายน้ำจากน้ำพุเจ็ทโด้ หากมีโอกาสไปเยือนสวิตเซอร์แลนด์ ลองเพิ่มเวลาให้เจนีวาอีกสักสองสามคืน แล้วออกเดินทางในจังหวะของตัวเอง คุณอาจค้นพบว่าเสน่ห์ของเมืองนี้ไม่ได้อยู่แค่ความแม่นยำของนาฬิกา แต่อยู่ที่ความทรงจำดี ๆ ซึ่งค่อย ๆ เดินไปพร้อมกับเรา
ที่มา – “เจนีวา” เริ่มต้นที่ “นาฬิกา”





