เจาะปมพลิกโผ! มัลลิกาทุบค่ายส้ม-ประชาธิปัตย์รั้งที่ 2
เจาะปมพลิกโผ! มัลลิกาทุบค่ายส้ม-ประชาธิปัตย์รั้งที่ 2
ปรากฏการณ์หักปากกาเซียนในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงที่สุด เมื่อผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเผยว่า นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระหมายเลข 14 สามารถพลิกเกมขึ้นมารั้งอันดับ 2 ได้สำเร็จ ทิ้งห่างทั้งจากพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์แบบไม่เห็นฝุ่น ถือเป็นเคสศึกษาสำคัญของการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน
หากเรามาเจาะปมพลิกโผ! มัลลิกาทุบค่ายส้ม-ประชาธิปัตย์รั้งที่ 2 ในครั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความผิดพลาดของพรรคใหญ่ที่ละเลยบริบทของคนเมืองหลวงไป โดยเฉพาะค่ายสีส้มที่แม้จะมีฐานเสียงคนรุ่นใหม่ แต่กลับประสบปัญหาการหาเสียงที่ยังไม่กว้างพอ รวมถึงแฟนคลับบางส่วนตัดสินใจเทคะแนนให้กับแชมป์เก่าเพื่อความชัวร์ ทำให้คะแนนหายไปอย่างน่าเสียดาย
จุดตายที่ทำให้พรรคใหญ่ต้องน้ำตาตก
ในขณะที่ฝั่งประชาธิปัตย์ก็ยังคงติดหล่มวิกฤตความนิยม แม้จะส่งแคนดิเดตที่มีโปรไฟล์ดี แต่ขาดกระแสในโซเชียลมีเดีย จนทำให้ฐานอนุรักษ์นิยมดั้งเดิมหันไปเทคะแนนให้คุณมัลลิกาแทน เจาะปมพลิกโผ! มัลลิกาทุบค่ายส้ม-ประชาธิปัตย์รั้งที่ 2 ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนราคาแพงที่พรรคการเมืองใหญ่ต้องนำไปทบทวนกลยุทธ์ใหม่
- ความผิดพลาดในการส่งผู้สมัครที่ยังไม่ตอบโจทย์ภาพรวม
- การขาดฐานเสียงที่เหนียวแน่นในกลุ่มคนเมืองหลวง
- ความเบื่อหน่ายของประชาชนต่อรูปแบบพรรคการเมืองเดิมๆ
- พลังเงียบที่เลือกสนับสนุนผู้สมัครอิสระแทนพรรคการเมือง
ความสำเร็จของคุณมัลลิกาเกิดจากการวางหมากที่ชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ติ๊กต็อกเข้าถึงชาวบ้าน หรือการสร้างแคมเปญให้ตัวเองเป็นมวยถูกคู่ในสายตาประชาชน การกล้าชนและมีจุดยืนที่ชัดเจนทำให้เธอกลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่โดนใจคนกรุงอย่างมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ยืนยันว่าการทำการตลาดการเมืองแบบเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในสนามท้องถิ่น
ท้ายที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนเมืองหลวงยุคใหม่ต้องการทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงมากกว่าแค่ชื่อเสียงของพรรค หากพรรคการเมืองยังคงยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ระวังจะเสียที่นั่งให้กับผู้สมัครอิสระที่เข้าใจเข้าถึงประชาชนมากกว่าเดิม
ที่มา – เจาะปมพลิกโผ! “มัลลิกา” ทุบค่ายส้ม-ประชาธิปัตย์ รั้งที่ 2 ชำแหละจุดตายพรรคใหญ่ทำคดีพลิก