เจาะลึกตั้งแต่มติครม.ปี 2530 นู่น! ไฟทางแฝงบิลชาวบ้าน

เจาะลึกตั้งแต่มติครม.ปี 2530 นู่น! ไฟทางแฝงบิลชาวบ้าน

เป็นประเด็นที่พูดถึงกันหนาหูในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับภาระค่าไฟที่เราจ่ายกันอยู่ทุกเดือน เมื่อคุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาเปิดเผยถึงความตั้งใจที่จะปฏิรูปโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องที่ประชาชนกำลังสงสัยว่า ทำไมเราต้องมาแบกต้นทุนค่าไฟสาธารณะในบิลของตัวเอง ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูต้นตอจะพบว่าเรื่องนี้มีที่มาตั้งแต่มติครม.ปี 2530 นู่น! ไฟทางแฝงบิลชาวบ้าน จนกลายเป็นภาระสะสมมานานหลายทศวรรษ

ทางด้านคุณลอรี่ หรือคุณพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาขยายความให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า ในยุคนั้นที่ยังไม่มีองค์การบริหารส่วนตำบลหรือ อบต. การกระจายความปลอดภัยให้ทั่วถึงทำได้ยาก รัฐบาลจึงมีมติให้ท้องถิ่นใช้ไฟฟ้าสาธารณะได้ฟรีในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของหน่วยจำหน่ายไฟฟ้า แต่เมื่อเวลาผ่านไป กฎกติกานี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดความบิดเบี้ยวในโครงสร้างพลังงานอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

ผลกระทบที่ประชาชนต้องแบกจากมติครม.ปี 2530

ปัญหาที่ตามมาคือความไร้ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน เมื่อหน่วยงานท้องถิ่นมองว่าค่าไฟเป็นของฟรี จึงไม่มีแรงจูงใจในการประหยัด ไม่มีการปรับเปลี่ยนมาใช้หลอด LED หรือพลังงานโซลาร์เซลล์ ส่งผลให้ภาระค่าไฟแฝงเพิ่มขึ้นทุกปี โดยตัวเลขที่ประเมินออกมาน่าตกใจมากครับ:

  • ปี 2558: ภาระแฝงประมาณ 4 สตางค์ต่อหน่วย
  • ปี 2562: ภาระแฝงขยับเป็น 7 สตางค์ต่อหน่วย
  • ปี 2569: คาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 10 สตางค์ต่อหน่วย

เมื่อนำตัวเลขเหล่านี้มาคำนวณกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศ ผลรวมที่ออกมาคือเงินสูงถึงปีละเกือบ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ถูกควักออกจากกระเป๋าของประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าตามบ้านเรือนโดยไม่รู้ตัว

แนวทางการแก้ไขโครงสร้างพลังงานยุคใหม่

หากเราต้องการความเป็นธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เสนอแนวทางที่ชัดเจนคือ ท้องถิ่นต้องรับผิดชอบค่าไฟในพื้นที่ของตนเอง 100% ต้องมีการติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้าให้ชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือความโปร่งใส ห้ามนำต้นทุนค่าไฟสาธารณะไปแฝงไว้ในฐานค่าไฟของประชาชนอีกต่อไป เพื่อให้ทุกคนจ่ายค่าไฟในราคาที่สะท้อนความเป็นจริง ไม่ต้องแบกรับภาระที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ

การปฏิรูปครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ภาครัฐหันมา ‘เปิดแผล’ และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงระบบที่ล้าหลัง การทำให้ทุกอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา คือหัวใจสำคัญของการสร้างความยุติธรรมในสังคมครับ หากท้องถิ่นมีงบประมาณของตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องบริหารจัดการด้วยความรับผิดชอบ เพื่อให้เม็ดเงินของคนในชาติถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ที่มา – ตั้งแต่มติครม.ปี 2530 นู่น! ไฟทางแฝงบิลชาวบ้าน แบกปีละ 1.9 หมื่นล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *