เจาะลึกสถานการณ์เมื่อ พท.เล่นบท “ฝ่ายค้าน” ในสภา

ช่วงนี้หลายคนกำลังจับตามองท่าทีของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ภายใต้การนำของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” อย่างใกล้ชิด แม้สถานะทางการเมืองในปัจจุบันของพรรคจะมี สส. 58 เสียง และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แต่เมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว พท.เล่นบท “ฝ่ายค้าน” ในมิตินี้ดูจะมีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น เพราะในขณะที่พรรคประชาชนและประชาธิปัตย์เดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลอย่างดุเดือด พรรคกล้าธรรมกลับส่งสัญญาณที่เป็นมิตรและพร้อมสนับสนุนงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอยู่เสมอ

สถานะพรรคกล้าธรรมเมื่อ พท.เล่นบท “ฝ่ายค้าน”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาเปิดเผยถึงทิศทางการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 ว่าในฐานะอดีตรองนายกฯ ที่มีส่วนร่วมจัดทำงบประมาณชุดนี้ การที่พรรคจะยกมือโหวตไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาลก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ “หากเราไม่เห็นด้วย ก็เท่ากับเราเกเร” ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นว่าพรรคไม่ได้ต้องการค้านแบบเอาเป็นเอาตาย แต่เน้นความเหมาะสมและฝีมือการทำงานมากกว่ากระแสการเมือง

โอกาสร่วมรัฐบาลในอนาคตจะเป็นไปได้ไหม?

จากการลงพื้นที่รัฐสภาและการพูดคุยของแกนนำพรรคกล้าธรรมกับรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่ามีโอกาสสูงที่ พท.เล่นบท “ฝ่ายค้าน” เพียงชั่วคราว เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมในการปรับโครงสร้างรัฐบาลใหม่ ซึ่งหากถึงวันนั้นจริง ปัญหาเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องหาทางออกร่วมกัน

ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมในสภามีดังนี้:

  • การวิพากษ์งบประมาณประกันภัยพิบัติ: นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช จากพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความโปร่งใสของโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ 1.55 หมื่นล้านบาท ว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนและไม่ได้ตอบโจทย์ความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง
  • ข้อโต้แย้งจากฝ่ายค้าน: นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มองว่าตัวเลขเบี้ยประกันภัยแพงที่สุดในโลก และเป็นการคำนวณที่เกินความจำเป็น
  • ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชน: นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ถูกโจมตีอย่างหนักจากฝั่งรัฐบาลกรณีเชิญชวนประชาชนกดดัน กกต. เรื่องคดี สว. ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน

ในท้ายที่สุดแล้ว การเมืองไทยไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ การที่พรรคกล้าธรรมเลือกที่จะรักษาระยะห่างแต่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การเล่นเกมที่เน้นความอยู่รอดและจังหวะก้าวทางการเมืองที่ชัดเจน ซึ่งเราต้องรอดูกันต่อไปว่าความสัมพันธ์นี้จะพัฒนาไปในรูปแบบไหนในการประชุมสภาสมัยหน้า

ที่มา – พท.เล่นบท “ฝ่ายค้าน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *