เจาะลึกโครงการ TH-AI Passport ไชยชนกยอมรับรู้จักคู่สัญญา
เจาะลึกโครงการ TH-AI Passport ไชยชนกยอมรับรู้จักคู่สัญญา
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามองอย่างหนัก สำหรับการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในโครงการ TH-AI Passport ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เป็นประธาน งานนี้ได้รับความสนใจจากทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก เพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับความโปร่งใสและรูปแบบการดำเนินงานของโครงการนี้โดยตรง
ในระหว่างการชี้แจง นายไชยชนกได้กล่าวถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นที่กังขา โดยได้ยอมรับตรงๆ ว่าตนเองรู้จักกับผู้ชนะการประมูลจริงในฐานะคนทำงานที่เคยอยู่ในภาคเอกชนมาก่อน แต่ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกคู่สัญญาแต่อย่างใด ส่วนประเด็นเรื่องความโปร่งใสและงบประมาณ 1,800-1,900 ล้านบาทนั้น ทางกระทรวงชี้แจงว่าเน้นการดำเนินงานตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด
เปิดแนวทางเพิ่มแนบท้ายสัญญา “ใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น”
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ คือความพยายามของกระทรวงในการแก้ปัญหาข้อกังวลของสังคม โดยทางผู้บริหารกระทรวงระบุว่า จะมีการดำเนินการทำหนังสือแนบท้ายสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือการปรับรูปแบบการจ่ายเงินให้เป็นแบบ “ใช้เท่าไรจ่ายเท่านั้น” เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณและเพิ่มความโปร่งใสให้กับโครงการ TH-AI Passport มากขึ้น โดยถือเป็นการปรับตัวตามข้อเสนอแนะของภาคประชาชน
ทางด้านเอกชนผู้ชนะโครงการได้ชี้แจงถึงประสิทธิภาพของระบบว่า จำเป็นต้องรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในช่วงที่มีความหนาแน่นสูง จึงต้องมีการเตรียมขีดความสามารถของระบบไว้ให้มากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ไม่ใช่การตั้งสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้รายใดรายหนึ่ง ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการพูดถึงแนวทางการเปิดให้ทดสอบระบบ (Beta Test) เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตรวจสอบการทำงานก่อนเปิดใช้งานจริง
- การตรวจสอบ: กระทรวงยินดีรับฟังทุกข้อเสนอแนะเพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างโปร่งใส
- การปรับปรุง: เพิ่มเงื่อนไขแนบท้ายเพื่อประกันความคุ้มค่าของงบประมาณ
- ความโปร่งใส: เน้นย้ำเป้าหมายคือการสร้างทักษะเพื่อคนไทยมากกว่า 5 ล้านคน
สรุปแล้ว แม้ว่าทางกระทรวงและคู่สัญญาจะพยายามชี้แจงถึงเหตุผลทางเทคนิคและกระบวนการตามระเบียบ แต่ก็ยังคงมีความเห็นต่างจากฝ่ายค้านและภาคประชาชนที่ต้องการให้เปิดสัญญาอย่างละเอียด เพื่อความมั่นใจในความสะอาดของโครงการ TH-AI Passport ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าความโปร่งใสไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง



