เจาะลึก ‘คดีฮั้ว สว.’ ยึดอำนาจรัฐหวังคุมองค์กรอิสระ
เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสารการเมืองที่ร้อนแรง โดยเฉพาะกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดสึง ออกมาตีแผ่ถึงประเด็น ‘คดีฮั้ว สว.’ ไม่ใช่แค่โกงเลือกตั้งแต่เป็นการยึดอำนาจรัฐผ่านวุฒิสภาหวังคุมองค์กรอิสระทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนระบบประชาธิปไตยไทยอย่างยิ่ง เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการทุจริตการเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นความพยายามในการวางหมากเพื่อบงการโครงสร้างอำนาจรัฐทั้งหมด
เบื้องลึก ‘คดีฮั้ว สว.’ ไม่ใช่แค่โกงเลือกตั้งแต่เป็นการยึดอำนาจรัฐผ่านวุฒิสภาหวังคุมองค์กรอิสระทั้งระบบ
พ.ต.อ.ทวี ได้ตั้งข้อสังเกตในเวทีเสวนาว่า วุฒิสภาถูกมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุม “รัฐอิสระ” ซึ่งครอบคลุมถึงองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานสำคัญต่างๆ หากใครสามารถกุมอำนาจในวุฒิสภาได้ ก็เท่ากับสามารถควบคุมกลไกการตรวจสอบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้โดยตรง ทำให้รัฐบาลกลายเป็นเพียง “ลูกไก่ในกำมือ” ที่พร้อมจะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ทุกเมื่อหากเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย
เปิดกลไกความผิดปกติใน ‘คดีฮั้ว สว.’ ไม่ใช่แค่โกงเลือกตั้งแต่เป็นการยึดอำนาจรัฐผ่านวุฒิสภาหวังคุมองค์กรอิสระทั้งระบบ
ปัญหาที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักในขณะนี้คือกระบวนการจัดการของ กกต. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติหลายประการ อาทิ:
- การใช้งบประมาณสนับสนุนการเลือกตั้ง สว. ที่สูงกว่าการเลือกตั้ง สส. อย่างมีนัยสำคัญ แม้จำนวนผู้สมัครจะน้อยกว่ามาก
- การมีอยู่ของ “โพย” คะแนนที่มีรูปแบบการกาบัตรเหมือนกันอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งในทางคณิตศาสตร์แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะบังเอิญตรงกันขนาดนี้
- การที่ระเบียบขององค์กรมีจุดโหว่ที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลสามารถจัดการผลคะแนนได้ผ่านการจัดตั้งกลุ่มหรือเครือข่าย
พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่าหลักฐานต่างๆ ยังคงอยู่ในมือของ กกต. ไม่ว่าจะเป็นแฟ้มข้อมูล กล้องวงจรปิด หรือเอกสารคะแนน ซึ่งหากมีการเปิดหีบเพื่อพิสูจน์ความจริงโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวเลขเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถไขคำตอบทั้งหมดที่สังคมสงสัยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต หรือกระบวนการที่อาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่ปรากฏ
ในมุมมองของคุณ เรื่องนี้เปรียบเสมือนบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของระบอบประชาธิปไตยไทย หากเราปล่อยให้ความไม่โปร่งใสมาครอบงำกระบวนการเลือกตั้ง วุฒิสภาที่ควรจะเป็นตัวแทนของประชาชนก็อาจกลายเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจเสียเอง ถึงเวลาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกล้าแสดงความโปร่งใสและคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชนด้วยการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาครับ


