เจาะลึก นิพิฏฐ์ ฉะเมืองไทยมีนักการเมืองที่ทำชั่วแล้วอ้างเป็นนักบุญ
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนแรงทางสังคมที่หลายคนกำลังจับตามอง เมื่อคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมืองไทยอย่างเผ็ดร้อน ผ่านประเด็นที่ว่า นิพิฏฐ์ ฉะเมืองไทยมีนักการเมืองที่ทำชั่วแล้วอ้างเป็นนักบุญ ซึ่งเป็นมุมมองที่สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาจริยธรรมในแวดวงการเมืองไทยนั้นฝังรากลึกเพียงใด
นิพิฏฐ์ ฉะเมืองไทยมีนักการเมืองที่ทำชั่วแล้วอ้างเป็นนักบุญ
คุณนิพิฏฐ์ ได้ยกตัวอย่างคำคมของมหาตมคานธีเกี่ยวกับความเป็นนักการเมืองที่พยายามเป็นนักบุญ แต่ในทางกลับกัน เขามองว่านักการเมืองไทยจำนวนไม่น้อยมักจะมีตรรกะที่บิดเบี้ยว โดยเชื่อว่าการกระทำความชั่วที่ร้ายแรงเพื่อหวังจะไปทำความดีที่ยิ่งใหญ่ในภายหลังนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันคือการเดินหมากที่ผิดพลาดตั้งแต่ก้าวแรก
เหตุผลที่ นิพิฏฐ์ ฉะเมืองไทยมีนักการเมืองที่ทำชั่วแล้วอ้างเป็นนักบุญ
ปัญหาสำคัญคือการติดกระดุมผิดเม็ดแรก เมื่อเริ่มต้นด้วยความชั่วแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะสร้างความดีที่ยิ่งใหญ่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการทำความชั่วครั้งที่สองเพื่อมาปกปิดความชั่วครั้งแรก ทำให้วงจรนี้ไม่มีวันจบสิ้น โดยคุณนิพิฏฐ์ได้ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่น่ากังวลไว้ดังนี้:
- การฮั้ว ส.ว. เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง
- การซื้อเสียงที่ทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างรุนแรง
- การอ้างความดีบังหน้าทั้งที่เนื้อในคือกอบโกยผลประโยชน์ผ่านความไม่ถูกต้อง
หากเราวิเคราะห์กันตามตรง พฤติกรรมเหล่านี้คือสิ่งที่กัดกินความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองไทย การอ้างตัวว่าเป็นนักบุญทั้งที่มีบาดแผลจากการทุจริต เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ในสังคมที่อารยะ เพราะการเมืองที่โปร่งใสควรเริ่มต้นจากความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่การเอาความชั่วมาปกปิดความชั่วไปเรื่อยๆ จนหาความจริงใจไม่ได้
บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า ประชาชนอย่างเราต้องตื่นรู้และเท่าทันกลเกมของนักการเมืองที่มักจะสร้างภาพลักษณ์สวยหรู แต่แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน การมีส่วนร่วมตรวจสอบและไม่หลงเชื่อคำลวง เป็นป้อมปราการสำคัญที่จะช่วยคัดกรองคนดีเข้ามาทำหน้าที่แทนเราได้ในอนาคต
ที่มา – ‘นิพิฏฐ์’ ฉะเมืองไทยมีนักการเมืองที่ทำชั่วแล้วอ้างเป็นนักบุญ