เจาะลึก! **โครงการซื้อเรือดำน้ำจีน** ตอบทุกข้อสงสัย
จากกรณีโครงการซื้อเรือดำน้ำจีน Yuan Class S26T ที่กองทัพเรือได้ลงนามกับบริษัท CSOC ของจีนไปเมื่อปี 2560 เพื่อจัดหาเรือดำน้ำ แต่ประสบปัญหาเครื่องยนต์ MTU 396 จากเยอรมนีไม่สามารถติดตั้งได้ตามสัญญา ทำให้โครงการหยุดชะงักไปบางส่วน ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 64% และมีการอนุมัติจ่ายเงิน 10 งวดจากทั้งหมด 18 งวด คิดเป็น 7,700 ล้านบาท และยังค้างจ่ายอีก 5,500 ล้านบาท

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติการแก้ไขสัญญาโครงการซื้อเรือดำน้ำจีน Yuan Class รุ่น S26T ที่ทำสัญญารัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับจีน โดยเปลี่ยนเครื่องยนต์จากเยอรมนี MTU396 เป็นเครื่องยนต์จีน CHD620 พร้อมขยายเวลาการต่อเรือไปอีก 1,217 วัน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยจากประชาชนเกี่ยวกับโครงการนี้ วันนี้ทีมข่าวเดลินิวส์จะมาตอบ 3 คำถามหลักที่ถูกถามเข้ามามากที่สุดเกี่ยวกับโครงการซื้อเรือดำน้ำจีน

โครงการซื้อเรือดำน้ำจีน: 3 ข้อสงสัยยอดฮิตที่ต้องรู้
ทำไมเยอรมนีถึงไม่ขายเครื่องยนต์ให้ไทย?
เหตุผลที่เยอรมนีไม่สามารถขายเครื่องยนต์เรือดำน้ำรุ่น MTU 396 (หรือ MTU 4000) ให้กับไทยเพื่อใช้ในเรือดำน้ำที่ซื้อจากจีน เป็นเพราะสหภาพยุโรป (EU) มีข้อห้ามส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ที่มีศักยภาพทางทหารให้กับจีนตั้งแต่ปี 1989 (พ.ศ. 2532) เยอรมนีซึ่งเป็นสมาชิก EU และ NATO จึงต้องปฏิบัติตามข้อห้ามนี้อย่างเคร่งครัด แม้ว่าสินค้า (เครื่องยนต์) จะส่งไปยังไทย แต่การติดตั้งผ่านจีนถือเป็นการละเมิดข้อห้ามโดยตรง และรายการเครื่องยนต์นี้เพิ่งถูกเพิ่มในรายการห้ามส่งออกเมื่อปี 2562 หลังจากที่ไทยได้ลงนามในข้อตกลงรัฐต่อรัฐไปเมื่อปี 2560 ซึ่งกระบวนการจัดหาเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้น 2 ปี (2558)

เครื่องยนต์ใหม่ (จีน) ดีเทียบเท่าของเดิมหรือไม่?
เมื่อไม่สามารถรับเครื่องยนต์ MTU จากเยอรมนีได้ จีนเสนอให้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรุ่น CHD620 ที่พัฒนาและผลิตในจีนเพื่อทดแทน MTU 396 (เครื่องยนต์ของเยอรมนีที่ผลิตในจีน) โดยจีนระบุว่าเครื่องยนต์ CHD620 ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเครื่องยนต์ Deutz-MWM ของเยอรมนี และมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการส่งสเปกและผลการทดสอบให้กองทัพเรือไทยพิจารณา รวมถึงมาตรฐานจากสถาบันนานาชาติ จีนยืนยันว่าเครื่องยนต์นี้ผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานทางทหารของจีนแล้ว และติดตั้งในเรือดำน้ำของกองทัพเรือปากีสถานเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ จีนยังเพิ่มระยะเวลารับประกันเครื่องยนต์จาก 2 ปีเป็น 8 ปี
หากยกเลิกโครงการจะเกิดผลเสียอย่างไร?
หากไทยยกเลิกโครงการจัดหาเรือดำน้ำที่จ่ายเงินไปแล้ว จะส่งผลเสียหลายด้าน เช่น:
- ไทยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืน (จ่ายไปแล้ว 10 งวด ประมาณ 7,700 ล้านบาท) หรือเรือดำน้ำที่สร้างเสร็จไปแล้ว 64%
- ไม่มีการชดเชยจากจีนในรูปแบบอื่น หมายถึงเสียเงินงบประมาณที่จ่ายไปแล้วโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทน
- กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความน่าเชื่อถือทางยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือและรัฐบาล
- โครงการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ท่าจอดเรือ สิ่งอำนวยความสะดวก และการฝึกกำลังพลจะสูญเปล่า

ที่สำคัญ กองทัพเรือจะเสียโอกาสในการมีเรือดำน้ำไปอีกระยะยาว ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางทะเลของประเทศ ดังนั้น แนวทางที่รัฐบาลและกองทัพเรือกำลังดำเนินการคือ พยายามปรับข้อตกลงและหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด โดยไม่ให้ไทยเสียประโยชน์และอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้


การตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการซื้อเรือดำน้ำจีนเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องพิจารณาผลประโยชน์และความเสี่ยงอย่างรอบด้าน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน
ที่มา – ตามส่องข้อมูล โครงการซื้อเรือดำน้ำจีน คลายข้อสงสัย ‘3ประเด็นใหญ่’