เจาะลึก ใครได้ประโยชน์จาก 4 โครงการเมกะโปรเจกต์ ศธ.- อว.
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภาฯ ทันที เมื่อ ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาอภิปรายชำแหละงบประมาณปี 2570 โดยพุ่งเป้าไปที่โครงการเมกะโปรเจกต์ด้านการเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึงกว่า 26,000 ล้านบาท จนเกิดคำถามสำคัญว่า ใครได้ประโยชน์จาก 4 โครงการเมกะโปรเจกต์ เหล่านี้กันแน่?
ไขข้อพิรุธ ใครได้ประโยชน์จาก 4 โครงการเมกะโปรเจกต์ ที่ใช้งบมหาศาล
การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่ตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายเท่านั้น แต่ไอติมยังได้เจาะลึกลงไปในรายละเอียดของ TOR ซึ่งพบความผิดปกติที่น่าสงสัยหลายประการ ตั้งแต่การเลี่ยงบาลีในสัญญาจ้างที่ปรึกษา ไปจนถึงความเชื่อมโยงของบริษัทที่เข้ามาประมูลงาน ซึ่งหลายแห่งมีที่ตั้งอาคารเดียวกันและมีประวัติการเปลี่ยนชื่อเพิ่มทุนที่น่าจับตามอง
พบพิรุธใน TOR และกลุ่มทุนผูกขาด
จากการตรวจสอบพบว่าโครงการเหล่านี้มีข้อสังเกตหลายประการ ทั้งโครงการแพลตฟอร์ม NDLP หรือระบบ Credit Bank ที่มีเงื่อนไขการจ้างงานดูไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเมื่อพบว่ามีบริษัทกลุ่มหนึ่งสามารถกวาดงานไปได้ถึง 5 โครงการ ทั้งที่บางบริษัทเพิ่งมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ในปี 2567 สอดรับกับการเกิดโครงการเหล่านี้พอดี ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามมากขึ้นว่า ใครได้ประโยชน์จาก 4 โครงการเมกะโปรเจกต์ ในครั้งนี้ เป็นงบประมาณเพื่อพัฒนาการศึกษาของเด็กไทย หรือเพื่อกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่มกันแน่
- งบประมาณรวมกว่า 26,262 ล้านบาท เทียบเท่ากับ 5 กระทรวงรวมกัน
- กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเต็มไปด้วยกลเม็ดที่เอื้อต่อกลุ่มทุน
- การเลี่ยงบาลีใน TOR เรื่องการจ้างที่ปรึกษาแทนการผลิตสื่อจริง
ท้ายที่สุด การชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากรัฐบาลต้องการความโปร่งใส ต้องกล้าที่จะตรวจสอบย้อนหลังและตอบคำถามต่อประชาชนให้ได้ว่า ผลประโยชน์สุดท้ายจะตกอยู่ที่ใคร เงินภาษีของคนไทยต้องไม่ถูกนำไปละลายกับนโยบายที่ไร้ทิศทางและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการทุจริตคอร์รัปชัน การที่รัฐมนตรีสั่งทบทวน TOR บางส่วนถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
ที่มา – ‘ไอติม’ ถามใครได้ประโยชน์จาก 4 โครงการเมกะโปรเจกต์ ชำแหละ TOR โครงการ ศธ.- อว. พบข้อพิรุธ