เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส สานต่อโครงการ J&T Forest ปีที่ 3
สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ ในแวดวงโลจิสติกส์มาฝากกัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยใช้บริการขนส่งของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส กันบ่อยๆ ใช่ไหมล่ะครับ แต่นอกจากเรื่องส่งของไวแล้ว เขายังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างหนักอีกด้วยนะ ล่าสุดบริษัทได้จัดการสานต่อความสำเร็จในโครงการ J&T Forest เข้าสู่ปีที่ 3 แล้วครับ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของการทำธุรกิจที่ใส่ใจโลกในยุคปัจจุบัน
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ กรมป่าไม้ สานต่อโครงการ J&T Forest ปีที่ 3 ตอกย้ำพันธกิจ ESG ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
โครงการนี้ไม่ได้ทำเล่นๆ นะครับ เพราะทีมงานมืออาชีพจาก เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้จับมือกับเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ ลงพื้นที่จริงที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่ปลูกไปก่อนหน้านี้ ต้องบอกว่าเห็นผลลัพธ์แล้วน่าชื่นใจมาก เพราะอัตราการรอดชีวิตของต้นไม้นั้นสูงเกิน 90% เลยทีเดียว แสดงให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจังตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาครับ
ความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวจาก เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ กรมป่าไม้ สานต่อโครงการ J&T Forest ปีที่ 3
สำหรับเป้าหมายในปีที่ 3 ของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ กรมป่าไม้ สานต่อโครงการ J&T Forest ปีที่ 3 ตอกย้ำพันธกิจ ESG ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ครั้งนี้ ทางโครงการได้เพิ่มการปลูกซ่อมแซมและปลูกต้นไม้ใหม่ๆ เสริมเข้าไปอีกกว่า 100 ต้น ไม่ว่าจะเป็นต้นยางนา ต้นตะเคียนทอง หรือต้นแดง เพื่อให้ป่ามีความหลากหลายและแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยสรุปภาพรวมตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทางโครงการมีจุดเด่นดังนี้ครับ:
- ปลูกต้นไม้สะสมมาแล้วกว่า 2,000 ต้น
- ครอบคลุมพื้นที่ดูแลกว่า 10 ไร่
- เน้นการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ปลูกแล้วทิ้ง
- สร้างผลตอบแทนทางนิเวศวิทยาในระยะยาว
การดำเนินงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของบริษัทฯ ที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจทั้งลูกค้าและผืนป่าไทยไปพร้อมๆ กันครับ นอกจากต้นไม้ที่เติบโตขึ้นแล้ว สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือความเข้มแข็งของระบบนิเวศในพื้นที่ ซึ่งจะกลายเป็นปอดเล็กๆ ให้กับชุมชนรอบข้างได้มีอากาศที่บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
ในมุมมองของผม โครงการนี้ถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำ ESG ของภาคเอกชนครับ ไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์ แต่มันคือการลงมือทำอย่างต่อเนื่องจนเห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม หากบริษัทต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ เชื่อว่าอนาคตของบ้านเราจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยครับ เพื่อนๆ คนไหนอยากเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลก ก็ลองเริ่มต้นจากการลดใช้ขยะเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันกันดูนะครับ หรือถ้าอยากส่งของก็เลือกส่งกับแบรนด์ที่รักษ์โลกแบบนี้ก็แฮปปี้ทั้งคนส่งและคนรับครับ

