เจ้าคณะกทม. เตือนพระสังฆาธิการ อย่าเสียเวลาพัฒนาวัดไปกับสิ่งที่ไม่ใช่พุทธศาสนา
เจ้าคณะกทม. เตือนพระสังฆาธิการ อย่าเสียเวลาพัฒนาวัดไปกับสิ่งที่ไม่ใช่พุทธศาสนา
การพัฒนาวัดวาอารามในยุคปัจจุบันถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่น่าสนใจ เมื่อเร็วๆ นี้ พระพรหมวัชรวิมลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้ส่งสัญญาณสำคัญถึงพระสังฆาธิการทุกระดับ ในช่วงการจัดกิจกรรมปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานประจำปี 2569 ณ วัดคลองบ้านใหม่ เขตดอนเมือง โดยท่านได้เน้นย้ำในประเด็นที่ว่า เจ้าคณะกทม. เตือนพระสังฆาธิการ อย่าเสียเวลาพัฒนาวัดไปกับสิ่งที่ไม่ใช่พุทธศาสนา เพื่อให้บรรดาเจ้าอาวาสและผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้หันกลับมาทบทวนถึงภารกิจหลักที่แท้จริงของพระสงฆ์
โฟกัสไปที่พระธรรมวินัยและวิปัสสนาธุระ
การที่ เจ้าคณะกทม. เตือนพระสังฆาธิการ อย่าเสียเวลาพัฒนาวัดไปกับสิ่งที่ไม่ใช่พุทธศาสนา นั้น ไม่ได้หมายความว่าห้ามพัฒนาวัด แต่เป็นการเตือนให้ตระหนักว่า “นิพพาน” คือจุดหมายสูงสุดของพุทธศาสนา ดังนั้น การที่ท่านได้จัดงานอบรมวิปัสสนากรรมฐานเป็นเวลาถึง 15 วัน จึงเป็นการปูทางให้พระสังฆาธิการเห็นคุณค่าของการยกระดับจากตำรา (คันถธุระ) ไปสู่การปฏิบัติ (วิปัสสนาธุระ) อย่างจริงจัง
- การศึกษาหลักธรรมต้องควบคู่กับการปฏิบัติวิปัสสนา
- วัดควรเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้กายและใจ
- ลดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับหลักการทางศาสนา เพื่อประหยัดเวลาและทรัพยากร
พระเมธีวัชรบัณฑิต ท่านได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากเรามัวแต่ไปเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก จะทำให้พระสังฆาธิการหลงทาง และไม่สามารถนำพาสาธุชนไปสู่หมุดหมายสำคัญของพระพุทธศาสนาได้อย่างแท้จริง
หากเราต้องการให้พุทธศาสนาหยั่งรากลึกในจิตใจของพุทธบริษัท สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างถาวรวัตถุที่สวยงาม แต่คือการสร้าง “วัดในใจ” ที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม การที่ เจ้าคณะกทม. เตือนพระสังฆาธิการ อย่าเสียเวลาพัฒนาวัดไปกับสิ่งที่ไม่ใช่พุทธศาสนา จึงถือเป็นกุศโลบายที่สำคัญยิ่งในการช่วยให้พระสงฆ์ไทยกลับเข้าสู่เส้นทางสายหลัก เพื่อเป็นหลักชัยให้กับสังคมไทยสืบต่อไปในอนาคต
ที่มา – ‘เจ้าคณะกทม.’ เตือน ‘พระสังฆาธิการ’ อย่าเสียเวลาพัฒนาวัดไปกับสิ่งที่ไม่ใช่พุทธศาสนา