เจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง เหลือ 2,300 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น หลังกรมชลประทานประกาศปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จากอัตรา 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยลดอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลา 21.00 น. การปรับแผนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน และช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

การบริหารจัดการน้ำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง ตามสถานการณ์น้ำฝนและน้ำท่าที่เปลี่ยนแปลง โดยกรมชลประทานยังคงติดตามข้อมูลจากสถานีวัดน้ำหลายแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนริมน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ด้านท้ายเขื่อน

เจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง เหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,016 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี Ct.19 บริเวณแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 62 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ประมาณ +16.02 เมตร รทก.

กรมชลประทานจะทยอยลดการระบายน้ำเฉลี่ยชั่วโมงละประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนเหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในเวลา 21.00 น. จากนั้นจะคงอัตราการระบายดังกล่าวต่อเนื่อง พร้อมประเมินสถานการณ์น้ำเป็นระยะ หากมีฝนตกหนักหรือมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น หน่วยงานจะนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

เจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง ช่วยลดผลกระทบท้ายเขื่อน

การลดอัตราการระบายน้ำแม้เพียงเล็กน้อยก็มีความสำคัญต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน เพราะช่วยชะลอปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเวลาที่ระดับน้ำอยู่ในระดับสูง ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งจึงอาจมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีบ้านเรือน ร้านค้า แพพักอาศัย หรือพื้นที่ทำการเกษตรใกล้ทางน้ำ อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันตามสภาพลำน้ำ สิ่งกีดขวาง และปริมาณน้ำจากสาขา จึงไม่ควรประเมินสถานการณ์จากข้อมูลเพียงจุดเดียว

แนวทางที่ประชาชนควรดำเนินการในช่วงนี้มีดังนี้

  • ติดตามประกาศจากกรมชลประทาน หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบระดับน้ำบริเวณบ้าน ท่าน้ำ และพื้นที่ทำการเกษตร เพื่อประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า
  • ยกสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และอุปกรณ์ทางการเกษตรไว้ในที่สูง หากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • เตรียมเส้นทางอพยพ ยารักษาโรค อาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมสำหรับสมาชิกในครอบครัว
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ตลิ่งหรือกระแสน้ำเชี่ยว โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและทัศนวิสัยไม่ดี

สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การที่ เจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง เป็นจังหวะสำคัญในการประเมินผลกระทบและเตรียมมาตรการรองรับ ควรตรวจสอบแนวป้องกันน้ำ จุดเสี่ยงน้ำเอ่อล้น ระบบระบายน้ำในชุมชน และการแจ้งเตือนประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก การสื่อสารที่รวดเร็วและชัดเจนจะช่วยลดความตื่นตระหนกและทำให้ประชาชนวางแผนรับมือได้ดีขึ้น

แม้การระบายน้ำจะลดลงเหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ยังจำเป็นต้องติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยด้านฝน น้ำเหนือ และน้ำจากแม่น้ำสาขาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การลดระบายครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ยังไม่ใช่เหตุผลให้ประชาชนหยุดเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำหรือจุดที่เคยประสบปัญหาน้ำล้นตลิ่ง

ในภาพรวม การบริหารน้ำที่ค่อยเป็นค่อยไปและอาศัยข้อมูลจากหลายสถานี ถือเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการระบายน้ำจากเขื่อนกับการลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งทางการ เตรียมอุปกรณ์จำเป็น และแจ้งข้อมูลระดับน้ำในชุมชนให้หน่วยงานรับทราบ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้การรับมือสถานการณ์น้ำเป็นระบบและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ข้อแนะนำ: แม้สถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ควรติดตามประกาศล่าสุดทุกวัน และเตรียมความพร้อมไว้เสมอ เพราะระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศและปริมาณน้ำในพื้นที่ หากพบความผิดปกติ ควรรีบแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อร่วมกันประเมินและแก้ไขอย่างทันท่วงที

ที่มา – สัญญาณมาดี เจ้าพระยาลดระบายต่อเนื่อง ทยอยลดระบายเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,300 ลบ.ม./วินาที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *