เชษฐามองวงอาหารอินเดีย ธรรมนัสจับมือภูมิใจไทย

ภาพการร่วมรับประทานอาหารอินเดียระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองในแวดวงการเมืองไทยอย่างมาก แม้จะดูเหมือนเป็นเพียงการพบปะพูดคุยระหว่างนักการเมือง แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ ภาพดังกล่าวอาจสะท้อนทิศทางความสัมพันธ์และการจัดวางขั้วอำนาจทางการเมืองในอนาคต

นายเชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มองว่า ภาพวงอาหารอินเดียมีนัยสำคัญมากกว่าการรับประทานอาหารร่วมกัน เพราะการปรากฏตัวของแกนนำจากพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม อาจเป็นสัญญาณว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้ตัดสินใจเลือกแนวทางทางการเมืองแล้ว โดยมีแนวโน้มว่าจะยืนเคียงข้างพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน

เชษฐามองวงอาหารอินเดีย ธรรมนัสจับมือภูมิใจไทย

ประเด็นสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น แต่ยังอาจครอบคลุมถึงความร่วมมือทางการเมืองในระยะยาวด้วย นายเชษฐามองว่า การพบกันครั้งนี้ส่งสัญญาณให้เห็นถึงการประสานงานระหว่างสองพรรค ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่การสนับสนุนรัฐบาล การเข้าร่วมรัฐบาล หรือการจัดทำข้อตกลงทางการเมืองในอนาคต

ภาพวงอาหารอินเดียกับสัญญาณการเมืองใหม่

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ อาจรวมเสียงกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและลดบทบาทของพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้สูตรการเมืองดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากขึ้น เพราะท่าทีของพรรคกล้าธรรมดูจะโน้มเอียงไปทางการร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยมากกว่าการกลับไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย

ในทางการเมือง การรวมเสียงของพรรคต่าง ๆ ต้องอาศัยทั้งจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ความไว้วางใจระหว่างแกนนำ และผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายจะได้รับ ดังนั้น การเปลี่ยนจุดยืนของพรรคใดพรรคหนึ่งจึงอาจทำให้สมการทางการเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่พรรคกล้าธรรมส่งสัญญาณใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย จึงมีผลต่ออำนาจต่อรองของทุกพรรคในสภา

ความเป็นไปได้ของข้อตกลงระหว่างสองพรรค

นายเชษฐาประเมินว่า พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมอาจมีความเข้าใจหรือข้อตกลงทางการเมืองบางประการร่วมกัน โดยข้อตกลงดังกล่าวอาจครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่การสนับสนุนรัฐบาลในวาระสำคัญ การเปิดพื้นที่ให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ไปจนถึงการรวมกลุ่มทางการเมืองในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้ยังเป็นเพียงการประเมินจากท่าทีและความเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าทั้งสองพรรคได้ทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการแล้ว การวิเคราะห์จึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่างข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะกับความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  • พรรคกล้าธรรมอาจสนับสนุนรัฐบาลในประเด็นสำคัญ
  • พรรคภูมิใจไทยอาจเปิดพื้นที่ให้กลุ่มการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส
  • ทั้งสองฝ่ายอาจพัฒนาความร่วมมือก่อนการเลือกตั้งครั้งต่อไป
  • การรวมพรรคยังต้องพิจารณาจำนวน สส. และเงื่อนไขทางกฎหมาย

ท่าทีของพรรคกล้าธรรมยังส่งผลโดยตรงต่อพรรคเพื่อไทยด้วย ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยอาจคาดหวังใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเครื่องมือเพิ่มแรงกดดันและอำนาจต่อรองกับรัฐบาล รวมถึงเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่หากรัฐบาลยังได้รับการสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรม เสถียรภาพของรัฐบาลก็อาจไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์

เมื่อสมการเปลี่ยน พรรคเพื่อไทยอาจต้องทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่ เพราะการรวมเสียงกับพรรคอื่นเพื่อกดดันรัฐบาลอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างอำนาจต่อรองได้ตามเป้าหมาย พรรคเพื่อไทยจึงอาจต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น รวมถึงประเมินท่าทีของพรรคขนาดกลางอย่างใกล้ชิด

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัสกับพรรคเพื่อไทย นายเชษฐามองว่า ร.อ.ธรรมนัสเคยมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย แต่ที่ผ่านมาอาจอยู่ในสถานะที่ต้องทำงานภายใต้การนำของพรรคมากกว่าการกำหนดทิศทางด้วยตัวเอง การมีทางเลือกใหม่ผ่านความร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย อาจทำให้พรรคกล้าธรรมมีพื้นที่ในการต่อรองและกำหนดบทบาททางการเมืองมากขึ้น

ในระบบการเมืองไทย การย้ายพรรค การรวมกลุ่ม และการควบรวมพรรคไม่ใช่เรื่องใหม่ การตัดสินใจของแต่ละกลุ่มมักขึ้นอยู่กับจำนวน สส. ฐานเสียงในพื้นที่ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำ และโอกาสในการผลักดันนโยบาย ดังนั้น หากกลุ่มการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคต ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามเงื่อนไขทางการเมือง

เชษฐามองวงอาหารอินเดีย ธรรมนัสจับมือภูมิใจไทย จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงภาพการรับประทานอาหารระหว่างนักการเมือง แต่ควรติดตามในฐานะสัญญาณที่อาจสะท้อนการจัดวางอำนาจใหม่ การเปลี่ยนแปลงของพันธมิตร และทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต ทั้งนี้ ประชาชนควรพิจารณาข้อมูลจากหลายด้านและรอความชัดเจนจากการตัดสินใจของแกนนำแต่ละพรรค ก่อนสรุปว่าความร่วมมือจะพัฒนาไปถึงขั้นใด

ในความเห็นของผู้เขียน การเมืองหลังจากนี้อาจไม่ได้วัดกันเฉพาะคำประกาศบนเวที แต่ต้องจับตาการพบปะ การลงมติ และการทำงานร่วมกันในรัฐสภา เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะเป็นตัวสะท้อนทิศทางที่แท้จริงของแต่ละพรรคได้ชัดเจนที่สุด

ที่มา – ‘เชษฐา’ มองภาพวงอาหารอินเดีย ‘ธรรมนัส’ เลือกแล้วจับมือ ‘ภูมิใจไทย’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *