“เต้น” เล่านิทานการเมืองสามก๊ก เทียบศึก “น้ำเงิน–ส้ม” หักกันแล้ว “ก๊กแดง” จะกลับมา

เมื่อวันที่ 13 กันยายน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความที่แฝงความหมายลึกซึ้งเกี่ยวกับการเมืองไทย ผ่านการเล่า “นิทานการเมืองสามก๊ก” ที่มีเนื้อหาสะท้อนความเคลื่อนไหวในแวดวงการเมืองไทยอย่างชัดเจน โดยใช้สำนวนจากหนังสือจีนโบราณ มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันของพรรคการเมืองต่างๆ

“เต้น” เล่านิทานการเมืองสามก๊ก สะท้อนการจับมือและแยกพวกในแวดวงการเมืองไทย

ในข้อความนั้น นายณัฐวุฒิ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “เต้น” ได้ใช้ภาษาเชิงเปรียบเปรย โดยบอกว่า “ก๊กใหญ่ธงรบสีแดง แตกกับก๊กสีน้ำเงินวางกลศึกชิงเชิงกัน” ซึ่งเป็นการเปรียบพรรคเพื่อไทยกับพรรคก๊กแดง ส่วน “ก๊กสีน้ำเงิน” น่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีแรงผลักดันจากฝ่ายค้านและผู้มีอิทธิพล ต่อมา “ก๊กสีส้ม” ซึ่งอาจหมายถึงพรรคพลังประชารัฐหรือพรรคร่วมรัฐบาลกลุ่มเล็กก็เฝ้าดูสถานการณ์อยู่เบื้องหลัง

การหักกันของ “น้ำเงิน–ส้ม” และบทบาทของ “แดง”

เขียนต่อว่า “ก๊กน้ำเงินเดินเกมเจรจาจนก๊กต่างขั้วปลาต่างน้ำเข้ากันได้ ตกลงจับมือล้มก๊กแดง” การเจรจาทางการเมืองระหว่าง “น้ำเงิน” และ “ส้ม” สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพันธมิตร ซึ่งบางครั้งดูเหมือนไม่มีพื้นฐานเดียวกันแต่กลับมีแนวทางร่วมในการตัดบททางการเมือง

อย่างไรก็ตาม “ก๊กแดง” กลับเรียบเรียงกองทัพาร่วม และ “ผูกเรือพรรคร่วมเป็นแพเตรียมฝ่าคลื่นฝืนลม” ความพยายามนี้บอกเป็นนัยว่า แม้พรรคร่วมจะมีปัญหาของตัวเอง แต่ “แดง” ยังพยายามรวมพลังเพื่ออยู่รอด แต่ดัน “ยิงธนูผู้กองใส่เรือสีน้ำเงิน มิคาดกลับถูกซ้อนกลดึงลูกธนูไปอยู่ในมือน้ำเงิน”

นี่อาจสื่อถึงเรื่องที่ผ่านมา เช่น ความขัดแย้งของพรรคร่วม ในฐานะผู้สนับสนุนรัฐบาล ที่มีมุมมองแตกต่างกันจนเกิดการแตกหักไส้ ส่งผลให้พลังของ “แดง” ถดถอยลง

  • ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมทำให้ “แดง” เสียเปรียบ
  • “น้ำเงิน” ใช้กลยุทธ์แย่งลูกธนูไปเพื่อฝ่าฝืนลม
  • “ส้ม” สละตำแหน่งหรือมากดคะแนนเพื่อสนับสนุน “น้ำเงิน”
  • “แดง” จำเป็นต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดในสนามการเมือง

เมื่อ “ก๊กแดง” พ่ายแพ้จากการขอพรรคพวกล้มตน และ “ก๊กน้ำเงินกับก๊กส้มจับมือกัน” นายณัฐวุฒิหมายถึง “พลังลมอนุรักษ์” ที่แม้แต่ “แม่ทัพกล้าธรรม” ก็รับไม่ไหว ส่งผลให้ “แดง” พ่ายศึกแตกทัพเรือเสียหายหนัก

ส่วน “ก๊กน้ำเงินให้ส้มลงคะแนนโหวตเหมือนคราวขงเบ้งใช้แผนขอยืมเกงจิ๋ว” ย้ำไปถึงการใช้แผนอุบายทางการเมือง การ “ให้” เพื่อหวังผลในอนาคต ซึ่งไม่แน่ในวันข้างหน้า “ก๊กส้ม” จะถูก “น้ำเงิน” เบี้ยวเสมอไปหรือไม่

“จูกัดเหลียงน้ำเงินเดินเกมจบ ไม่รู้จะมีจิวยี่สีส้มกระอักโลหิตหรือไม่” เป็นบทสรุปที่มีน้ำเสียงน่าคิด ว่าเมื่อเกมพรรคตรงข้ามจบลง สีเหล่านี้จะกลับมาระเบิดในรั้วเดิมหรือไม่

สุดท้าย “แล้วก๊กแดงก็กลับมา” หมายถึงแม้ขณะนี้ “แดง” จะถูกล้ม แต่มันอาจไม่ใช่จุดจบ แต่เพียงจุดเริ่มต้นใหม่ในรูปแบบอื่น

การเมืองไทยเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความมีชีวิตชีวา เหมือนเนื้อเรื่อง “สามก๊ก” และสีธงอันหลากหลายที่สื่อถึงพลังต่างๆ การตีความของ “เต้น” เปิดโอกาสให้เราคิดแล้วก็เข้าใจอนาคตของการเมืองไทยได้มากขึ้น

ติดตามข่าวการเมืองและสถานการณ์พรรคต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารชั้นนำ เพื่อจะเห็นภาพรวมของทิศทางบ้านเมือง

ที่มา – “เต้น”เล่านิทานการเมืองสามก๊ก เทียบศึก”น้ำเงิน–ส้ม” หักกันแล้ว “ก๊กแดง”จะกลับมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *