เทศบาลหัวหินลุยรื้อ 15 อาคารรุกหาด ยึดกฎหมาย

กรณี เทศบาลหัวหินลุยรื้อ 15 อาคารรุกหาด กำลังเป็นประเด็นที่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด หลังเทศบาลนครหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการรื้อถอนอาคารบริเวณชายหาด ตั้งแต่สะพานปลาหัวหินไปจนถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามคำพิพากษาและขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำว่าจะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักและหลีกเลี่ยงการปะทะกับประชาชน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วยกลุ่มงานนิติการ เจ้าหน้าที่เทศกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย ได้ร่วมกันลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน เพื่อติดตามการดำเนินงานตามสัญญาจ้างผู้รับเหมาภาคเอกชน ซึ่งมีกรอบเวลาทำงาน 120 วัน และเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา

เทศบาลหัวหินลุยรื้อ 15 อาคารรุกหาด ตามคำพิพากษาศาล

การดำเนินการครั้งนี้มีที่มาจากคดีอาคารบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดตั้งแต่ปี 2557 ให้ผู้ครอบครองอาคารจำนวน 40 ราย รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ ต่อมามีผู้ยอมรื้อถอนด้วยตนเองแล้ว 14 ราย ขณะที่ผู้ครอบครองรายอื่นยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอเพิกถอนคำสั่งห้ามใช้อาคารและคำสั่งให้รื้อถอนของเทศบาล

อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ส่งผลให้คำสั่งเทศบาลตามแบบ ค.4 ซึ่งเป็นคำสั่งห้ามใช้อาคาร และแบบ ค.25 ซึ่งเป็นคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร ยังคงมีผลตามกฎหมาย เทศบาลจึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาอย่างต่อเนื่อง

เทศบาลหัวหินลุยรื้อ 15 อาคารรุกหาด เน้นเจรจาก่อนใช้มาตรการหนัก

ก่อนเริ่มดำเนินการ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนล่วงหน้า 7 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของอาคารจัดการทรัพย์สินและรื้อถอนด้วยตนเอง แต่จากการลงพื้นที่พบว่ามีผู้ไม่ให้ความร่วมมือจำนวน 13 ราย ขณะที่มีเพียง 2 รายแจ้งความประสงค์จะรื้อถอนเอง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติการได้บันทึกข้อมูลและท่าทีของแต่ละรายไว้เป็นหลักฐาน

บรรยากาศระหว่างการลงพื้นที่เป็นไปอย่างสงบ มีชาวบ้านและเจ้าของอาคารบางส่วนออกมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ บางรายปิดบ้านและไม่มีผู้ใดออกมาพบ ขณะที่บางรายขอเจรจาและสอบถามแนวทางการดำเนินงาน นายกเทศมนตรีนครหัวหินชี้แจงว่า เทศบาลไม่มีอำนาจอนุญาตให้ใช้พื้นที่สาธารณะต่อได้ เนื่องจากอำนาจดังกล่าวอยู่ในส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด

กำหนดรื้อถอนจริง 16 ตุลาคม และมีแผนดำเนินการต่อเนื่อง

หลังจากการตรวจสอบพื้นที่ เทศบาลได้นัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วน เพื่อเตรียมมาตรการและจัดลำดับการทำงานสำหรับการรื้อถอนจริงในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังมีกำหนดการรื้อถอนรอบที่สามในวันที่ 22 ตุลาคม เพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุมอาคารที่อยู่ในความรับผิดชอบตามแผน

หน่วยงานที่เข้าร่วมปฏิบัติการประกอบด้วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน สถานีตำรวจภูธรหัวหิน สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหัวหิน การทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานมีเป้าหมายเพื่อให้การรื้อถอนเป็นไปอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

ยึดกฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรงกับชาวบ้าน

เทศบาลนครหัวหินย้ำชัดเจนว่า การปฏิบัติงานครั้งนี้จะยึดหลักกฎหมายและใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักเป็นสำคัญ เจ้าหน้าที่จะพยายามพูดคุย ชี้แจง และเปิดโอกาสให้เจ้าของอาคารปฏิบัติตามคำสั่งก่อน หากไม่มีการขัดขวาง การดำเนินงานก็จะเป็นไปอย่างสงบและไม่มีเหตุรุนแรง

ในกรณีที่มีผู้เข้ามาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งหน้า ตำรวจอาจต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เทศบาลยืนยันว่าไม่ต้องการให้เกิดภาพการปะทะหรือความขัดแย้งกับชาวบ้าน เพราะเป้าหมายหลักคือการคืนพื้นที่สาธารณะให้กลับมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน และจัดการปัญหาให้เสร็จสิ้นภายใต้กรอบกฎหมาย

อาคารที่เหลือยังต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับอาคารอีก 11 หลัง ซึ่งอยู่ในส่วนงบประมาณและความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อวางแนวทางบูรณาการร่วมกัน เทศบาลต้องการให้การรื้อถอนอาคารที่รุกล้ำชายหาดดำเนินไปอย่างครบถ้วน ไม่เกิดการทำงานซ้ำซ้อน และสามารถตรวจสอบขั้นตอนได้อย่างชัดเจน

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดระเบียบพื้นที่ชายหาด ซึ่งเป็นทรัพยากรสาธารณะที่ทุกคนควรมีสิทธิใช้ร่วมกัน การบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการสื่อสารที่ชัดเจน การดูแลความปลอดภัย และการคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้พักอาศัยและผู้ประกอบการเดิม

สำหรับประชาชนที่ติดตามข่าว เทศบาลหัวหินลุยรื้อ 15 อาคารรุกหาด ควรติดตามประกาศจากเทศบาลนครหัวหินและหน่วยงานราชการโดยตรง โดยเฉพาะกำหนดการวันที่ 16 และ 22 ตุลาคม เพราะอาจมีการปรับแผนตามสถานการณ์จริงในพื้นที่ ทั้งนี้ การดำเนินงานจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าทุกฝ่ายสามารถร่วมกันแก้ปัญหาพื้นที่สาธารณะด้วยความสงบ โปร่งใส และเคารพกฎหมายได้มากน้อยเพียงใด

ในมุมมองของผู้เขียน การคืนพื้นที่ชายหาดให้ประชาชนเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน แต่กระบวนการต้องเปิดเผยข้อมูลและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากเทศบาลสามารถดำเนินงานอย่างมืออาชีพและไม่ใช้ความรุนแรง กรณีนี้ก็อาจเป็นแนวทางสำคัญในการจัดการพื้นที่สาธารณะในเมืองท่องเที่ยวอื่นต่อไป

ที่มา – เทศบาลหัวหินลุยรื้อ 15 อาคารรุกหาด ยันยึดกม.-ไร้รุนแรง จ่อดีเดย์ทุบจริง 16 ต.ค.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *