เที่ยวชม ต้นทางที่ “อินเตอร์ลาเคน” เมืองสวย
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ “อินเตอร์ลาเคน” เมืองแห่งขุนเขาและทะเลสาบ เป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มาจากภูมิประเทศแสนงดงามที่มีครบทิวเขา ทะเลสาบ และเมืองขนาดกำลังพอเหมาะ ทั้งยังรั้งตำแหน่งผู้นำกีฬาในแบบแอดเวนเจอร์ ซึ่งมีสิ่งยืนยันให้เห็นได้ทั่วไปตั้งแต่พาราไกลดิ้งที่ลอยลิ่วอยู่เหนือเมืองอยู่เสมอ และคยัคกับแพดเดิลบอร์ดที่มีนักพายพาลงลอยละล่องให้เห็นในทะเลสาบ
ทูนและเบรียนซ์ คือชื่อของ 2 ทะเลสาบของอินเทอร์ลาเคน จะอยู่คู่กันและเบรียนซ์ที่อยู่ระดับสูงกว่าส่งผ่านน้ำผ่านแม่น้ำอาเรไปยังทูน แต่สีของทะเลสาบทั้งสองกลับต่างกันราวกับไม่ได้มีความข้องเกี่ยวใด ๆ กัน เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานจำนวนมากที่รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์มีคำสั่งให้นำมาทิ้งลงในทะเลสาบทูนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ว่ากันว่าอาจมีน้ำหนักรวมถึงตั้งแต่ 3,000-9,020 ตัน และความแตกต่างของแร่ธาตุที่อยู่ใต้ผืนดิน
แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใด ทะเลสาบทั้งสองก็คือ หนึ่งในไฮไลท์ที่ต้องไปเยี่ยมชมยามที่มาเยือนอินเทอร์ลาเคน และการชมความสวยงามของภูมิประเทศที่สวยราวกับภาพวาดแบบพาโนรามาก็คือ การขึ้นรถรางสู่ “ฮาร์เดอร์ คูลม์” ยอดเขาซึ่งอยู่ที่ระดับความสูง 1,322 เมตร รถรางที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านอุโมงค์ต้นไม้สองข้างทางที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดงในห้วงเวลานี้ ไปตามความสูง 735 เมตร เป็นเส้นทางที่ใช้งานมานานกว่า 100 ปีเมื่อขึ้นไปถึงสถานีด้านบนแล้วเดินต่อไปอีกราว 5 นาทีก็จะถึงร้านอาหารบนยอดเขา ถัดไปคือ “สะพานสองทะเลสาบ” ที่ได้ชื่อมาจากการที่ตั้งอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของทิวทัศน์ที่สามารถชมสองทะเลสาบได้พร้อม ๆ กัน โดยมีความงดงามของเทือกเขาที่ยังปกคลุมด้วยหิมะของไอเกอร์ เมินช์ และจุงเฟรา
ฮาร์เดอร์ คูล์ม ถูกยกย่องให้เป็น “Top of Interlaken” ที่ไม่ใช่เพราะความสูงแต่หมายถึงความสวยงามซึ่งเป็น “ที่สุดของอินเทอร์ลาเกน” ขณะที่ “ชนีเก้ ปลาตเต้” ที่ออกไปจากอินเทอร์ลาเคนไม่ไหลได้รับการขนานนามว่า “TOP OF SWISS TRADITION” ซึ่งถือเป็นที่สุดของความเป็นสวิสแท้ ๆ ตั้งแต่การโดยสารรถไฟขบวนเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี ไปตามทางรถไฟที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ซึ่งยังคงสภาพแบบดั้งเดิมทั้งเก้าอี้นั่งไม้สุดปราณีต ที่จะวิ่งไปตามรางขึ้นไปบนเขาท่ามกลางทิวไม้สองข้างทาง รู้สึกราวกับย้อนเวลากลับไปในยุค Belle Époche (เบลล์เอป็อก) ยุคที่เชื่อกันว่าเป็น “ยุคสวยงาม” หรือ “ยุคทอง” ของฝรั่งเศส เพราะมีความสงบสุข เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเฟื่องฟูโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปารีส
ด้านบนสุดปลายทางที่ระดับความสูง 1,967 เมตร เป็นที่ตั้งของ “สวนพฤกษศาสตร์อัลไพน์” ที่เต็มไปด้วยดอกไม้และและพืชพันธุ์แบบอัลไพน์กว่า 800 สายพันธุ์ ซึ่งจะมีชีวิตชีวามากที่สุดในช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินป่าหลากหลายเส้นทาง หากขึ้นมาแล้วหากติดใจบรรยากาศอันสงบเงียบด้านบนร้านอาหารคือห้องพักซึ่งตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบโบราณ พาลพาให้นึกถึงภาพหอนักเรียนประจำของคอนแวนต์ มีทั้งแบบนอนลำพัง นอนคู่ ไปจนถึงเป็นหมู่คณะย่อม ๆ
นอกจากการนั่งรถไฟขึ้นเขาชมวิวและเดินป่าแล้ว การล่องเรือในทะเลสาบเป็นอีกกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาถึงอินเทอร์ลาเคน โดยมี BLS Interlaken Lake Cruise (บีแอลเอส อินเทอร์ลาเคน เลค ครุยส์) เป็นผู้ให้บริการหลักทั้งทะเลสาบทูนและเบรียนซ์ ขณะที่ทะเลสาบทูนสามารถล่องเรือเที่ยวชมจุดต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งปี ทะเลสาบเบรียนซ์จะให้บริการถึงเพียงแค่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ก่อนจะปิดบริการตลอดฤดูหนาว และนั่นทำให้ทะเลสาบทูนเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม
กว่า 180 ปีก่อน นักบุกเบิกได้ปฏิวัติเส้นทางน้ำในเบอร์นีสโอเบอร์แลนด์ การล่องเรือในทะเลสาบทูนและทะเลสาบเบรียนซ์เชื่อมผู้คนในท้องถิ่นกับโลกภายนอก และวางรากฐานสำหรับการท่องเที่ยวสมัยใหม่ให้กับที่นี่ ในปี ค.ศ. 1834 พี่น้องตระกูลเน็คเทนโฮเฟอร์สั่งซื้อเรือกลไฟเหล็กขนาด 16 แรงม้าจากโรงงานเครื่องจักรคาเวในปารีส ในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ. 1835 เรือ “เบลล์วิว” เริ่มให้บริการบนเส้นทางฮอฟสเตตเทน-นอยเฮาส์ ซึ่งใช้เวลาเดินทางโดยไม่หยุดพักประมาณ 75 นาที
ทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่ม และยอดเขาสีขาวล้วนเป็นภาพประทับใจที่จะพบเห็นได้ตลอดเส้นทาง โดยแซมด้วยรีสอร์ทริมทะเลสาบแบบเมดิเตอร์เรเนียน ปราสาทเก่าแก่ริมทะเลสาบ 5 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ปราสาทโอเบอร์ฮอเฟน” ที่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครไทยเรื่อง “ลิขิตรัก” ปราสาทเก่าแก่ในศตวรรษที่ 13 เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมนีโอโกธิคที่สวยงามและโรแมนติก มีหอคอยยื่นออกไปในน้ำ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของรัฐเบิร์น มีสวนสไตล์อังกฤษและสวนภูมิทัศน์ที่สวยงาม
อีก 4 ปราสาทที่เหลือ ได้แก่ ปราสาทฮูเนกก์ สไตล์นีโอ-เรอเนซองส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปราสาทในลุ่มแม่น้ำลัวร์ ฝรั่งเศส สร้างขึ้นระหว่างปี 1861-1863 ภายในตกแต่งด้วยสไตล์แบบยุคประวัติศาสตร์นิยมและอาร์ตนูโว ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ปี 1900 ทำให้ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาได้หยุดนิ่ง นอกจากนี้ยังมีสวนสวยงามและระเบียงที่มองเห็นวิวทะเลสาบทูนและเทือกเขาแอลป์
ปราสาทสเปียซ ปราสาทเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ รายล้อมด้วยไร่องุ่นและเทือกเขาแอลป์ ปราสาทชาเดา ปราสาทจากศตวรรษที่ 19 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เป็นโรงแรมบูติค ร้านอาหาร และห้องจัดเลี้ยง ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ที่งดงามของทะเลสาบและภูเขาไอเกอร์ เมินช์ และยุงเฟรา ทั้งยังเป็นที่ตั้งของภาพวาดทูนพาโนรามา ภาพวาดแบบวงกลมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และปราสาทพาร์คทูน ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมืองทูน เป็นจุดชมวิวเมือง ทะเลสาบทูน และยอดเขาแอลป์ อดีตเคยเป็นที่เก็บอาวุธและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีถ้ำเซนต์บีอาตุสอันลึกลับพร้อมหินงอกหินย้อย สะพานพาโนรามาใกล้เมืองซิกริสวิล ส่วนหนึ่งของเส้นทางเดินชมวิวรอบทะเลสาบทูน ไม่เพียงเท่านั้นภูเขาในทะเลสาบทูนเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขึ้นสู่ยอดเขา โดยมีเคเบิลคาร์และรถไฟภูเขาให้บริการหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขานีเซนที่มีรูปทรงพีระมิดเป็นภูเขาที่มีทัศนียภาพอันงดงามที่สุด สามารถเดินทางไปยังยอดเขานีเดอร์ฮอร์นได้จากเมืองบีเทนบุคท์ และเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาไอเกอร์ เมินช์ และยุงเฟรา บนยอดเขาสต็อกฮอร์น อุโมงค์ภูเขาและจุดชมวิว ณ ช่วงเวลาฤดูใบไม้ร่วง เมื่อผืนป่ารอบทะเลสาบทูนและทะเลสาบเบรียนซ์ถูกปกคลุมไปด้วยสีสันอันอบอุ่น
เส้นทางล่องเรือในทะเลสาบทูนมีจุดขึ้นลงที่สามารถแวะเที่ยวได้ถึง 16 จุดหมาย โดยช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ผู้โดยสารอาจจะค่อนข้างหนาตามากกว่าวันธรรมดา สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนยังสามารถใช้เรือล่องทะเลสาบทูนเป็นหนึ่งในพาหนะพาไปยังจุดหมายอื่นได้ด้วย จากอินเทอร์ลาเคนไปสุดทางที่ท่าเรือทูน แล้วเดินทางต่อด้วยรถไปยังซูริก สิ่งที่ทำให้ “อินเตอร์ลาเคน” เมืองแห่งขุนเขาและทะเลสาบ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ไม่ได้มีแค่ความสวยงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นกิจกรรมหลากหลายที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง
ต้นทางที่ “อินเตอร์ลาเคน” เมืองแห่งขุนเขาและทะเลสาบ
ทำไมใครๆ ก็อยากไป ต้นทางที่ “อินเตอร์ลาเคน” เมืองแห่งขุนเขาและทะเลสาบ?
วางแผนการเดินทางไปสัมผัสความสวยงามของ “อินเตอร์ลาเคน” เมืองแห่งขุนเขาและทะเลสาบ กันได้เลย!
ที่มา – ต้นทางที่ “อินเตอร์ลาเคน” เมืองแห่งขุนเขาและทะเลสาบ







