เปิดฉากพืชสวนโลกอุดรฯ 134 วันแห่งความหลากหลาย

เปิดฉากพืชสวนโลกอุดรฯ 134 วันแห่งความหลากหลาย อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี งานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งสำคัญนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสความงดงามของพรรณไม้จากนานาประเทศ พร้อมเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ นวัตกรรมการเกษตร และวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่าพืชพรรณและระบบนิเวศไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสวยงามสำหรับการจัดแสดงเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และอนาคตของโลก

เปิดฉากพืชสวนโลกอุดรฯ 134 วันแห่งความหลากหลาย

พื้นที่จัดงานมีขนาดกว่า 1,030 ไร่ โดยใช้พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดเป็นทั้งสถานที่จัดแสดงและพื้นที่เรียนรู้ทางธรรมชาติ ผู้เข้าชมจะได้เห็นความหลากหลายของพืช ระบบนิเวศ และแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ภายในงานแบ่งออกเป็นสวนนานาชาติจากกว่า 20 ประเทศและองค์กร สวนจากองค์กรชั้นนำของไทย รวมถึงนิทรรศการด้านพืชสวนและการเกษตรที่ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการแปรรูป

ไฮไลต์ของงานพืชสวนโลกอุดรธานี

จุดเด่นที่หลายคนรอชมคือสวนนานาชาติ ซึ่งแต่ละประเทศนำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และพรรณไม้ประจำถิ่นมาถ่ายทอดผ่านการออกแบบสวนอย่างสร้างสรรค์ นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินชมบรรยากาศที่แตกต่างกันได้ภายในพื้นที่เดียวกัน พร้อมเก็บแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการจัดสวน การดูแลต้นไม้ และการใช้ธรรมชาติสร้างพื้นที่พักผ่อน

ขณะเดียวกัน สวนองค์กรไทยจาก 13 องค์กรจะนำเสนอองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และภูมิปัญญาด้านพืชสวนไทย เนื้อหาภายในงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่การชมดอกไม้ แต่ยังช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การใช้น้ำอย่างเหมาะสม การลดต้นทุน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจ

เรียนรู้ธรรมชาติผ่าน 16 นิทรรศการ

ภายในมหกรรมมีนิทรรศการแห่งการเรียนรู้รวม 16 แห่ง แบ่งเป็นนิทรรศการภายในอาคาร 8 แห่ง และนิทรรศการภายนอกอาคารอีก 8 แห่ง เนื้อหาครอบคลุมเรื่องพืช น้ำ ผู้คน วัฒนธรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน รูปแบบการจัดแสดงเน้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการทดลอง การลงมือทำ หรือการเรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง จึงเหมาะกับทั้งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจการเกษตรสมัยใหม่

  • ชมสวนนานาชาติจากกว่า 20 ประเทศและองค์กร
  • เรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตรและนวัตกรรมพืชสวน
  • สัมผัสความหลากหลายทางชีวภาพของหนองแด
  • ร่วมกิจกรรมปลูกพืช งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการตลอด 134 วัน

สำหรับกิจกรรมด้านวิชาการ มีการประกวดพืชพรรณ 7 ประเภท การประชุมสัมมนา และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรมพืชสวนแห่งอนาคต ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์ การเพาะปลูก การจัดการน้ำ ไปจนถึงการแปรรูปสินค้าเกษตร กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงความรู้จากนักวิจัย เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนให้สามารถต่อยอดร่วมกันได้

อีกหนึ่งพื้นที่ที่ไม่ควรพลาดคือ “ลานตุ้มโฮม” ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของอุดรธานีและภาคอีสานผ่านศิลปวัฒนธรรม การแสดง ดนตรี อาหาร และกิจกรรมชุมชน ตลอดช่วงการจัดงานจะมีการจัดกิจกรรมมากกว่า 200 รายการ ผู้เข้าชมยังสามารถทดลองทำงานหัตถกรรม เรียนรู้การปลูกพืช ทำความเข้าใจเรื่องอาหารท้องถิ่น และร่วมกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างใกล้ชิด

ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจหมุนเวียน การคัดแยกขยะ และการลดการปล่อยคาร์บอน ผู้จัดงานต้องการให้ผู้เข้าชมเห็นตัวอย่างการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตั้งแต่การลดขยะจากกิจกรรม การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำ ประเด็นเหล่านี้ทำให้งานมีคุณค่ามากกว่าการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะทุกคนสามารถนำแนวคิดกลับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดอุดรธานี เชื่อมโยงความศรัทธา วิถีชีวิต และพัฒนาการของเมืองเข้ากับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ผู้มาเยือนได้รู้จักอุดรธานีในมุมที่ลึกซึ้งขึ้น ทั้งด้านธรรมชาติ ผู้คน และรากทางวัฒนธรรม

ประชาชนสามารถเข้าชมงานได้ทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. บัตรเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปราคา 199 บาท โดยการเปิดให้เข้าชมเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ส่วนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการจัดขึ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้ที่วางแผนเดินทางควรเตรียมรองเท้าที่สวมใส่สบาย พกน้ำดื่ม และเผื่อเวลาไว้สำหรับเดินชมพื้นที่ขนาดใหญ่ให้ครบทุกโซน

เปิดฉากพืชสวนโลกอุดรฯ 134 วันแห่งความหลากหลาย จึงเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ และพื้นที่ผลักดันนวัตกรรมการเกษตรของไทย งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน เรียนรู้ และมองเห็นแนวทางการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน หากมีโอกาส อย่าลืมชวนครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ไปสัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเอง เพราะประสบการณ์จากพืชสวนโลกครั้งนี้อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราเริ่มดูแลสิ่งแวดล้อมจากเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัวได้

ที่มา – เปิดฉากพืชสวนโลกอุดรฯ 1 พ.ย. ชู 134 วันแห่งความหลากหลาย ดึงทั่วโลกสัมผัสมหัศจรรย์พืชพรรณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *