เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” รวบ 24 ราย
เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” เดินหน้าทลายเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิทะเบียนราษฎรและเอกสารประจำตัวไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นในกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นศาลอนุมัติหมายจับ 15 หมาย และหมายค้น 7 หมาย สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 24 ราย แบ่งเป็นคนไทย 2 ราย ชาวจีน 3 ราย และชาวเมียนมา 19 ราย
คดีนี้เกิดจากความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจนครบาล กรมการปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่มุ่งตรวจสอบการใช้ช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎร เพื่อสร้างสถานะบุคคลและเอกสารไทยให้แก่ผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” รวบ 24 ราย
ปฏิบัติการครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงแก่นและอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่พบพฤติการณ์แตกต่างกันหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสวมสิทธิทำบัตรประชาชน การใช้บัตรหัว 0 การเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร ไปจนถึงการใช้เอกสารที่ได้มาเพื่อถือครองทรัพย์สินและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” ตรวจ 4 คดีสำคัญ
- กรณีอี้หลง แซ่จาง หรือ “อาหลง” เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นชาวจีนที่ถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิทำบัตรประชาชนไทยเลข 5 ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จากการตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าตัวและภรรยารวมกว่า 581 ล้านบาท จึงมีการอายัดบ้าน ที่ดิน และรถยนต์หรู คิดเป็นมูลค่ากว่า 312 ล้านบาท เพื่อขยายผลตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน
- กรณีหลวง ยี่หลง ชาวเมียนมาที่ถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิทำบัตรหัว 0 โดยใช้วิธีแฝงตัวบวชเป็นพระในพื้นที่อำเภอแม่สาย คดีนี้เชื่อมโยงกับเหตุขนเงินสดจำนวน 23 ล้านบาทออกนอกประเทศ และนำไปสู่การขยายผลจับกุมพระและเณรต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองอีก 20 ราย
- กรณี LI ZHIJUN หรือ “จิน ไทยลื้อ” เป็นบุคคลตามหมายแดงของอินเตอร์โพล จากคดีรับฝากเงินผิดกฎหมายในประเทศจีน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 15,000 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่พบว่ามีชื่อถือบัตรหัว 0 ในอำเภอแม่สาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างรับโทษในประเทศไทยและเตรียมเข้าสู่กระบวนการเนรเทศตามกฎหมาย
- กรณีฐกร เซ่งกัวร์ หรือ GUO YU ผู้ต้องหาตามหมายจับของจีนในคดีรับฝากเงินผิดกฎหมาย ถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิสัญชาติและทำบัตรประชาชนเลข 8 นอกจากนี้ยังพบข้อมูลการถือครองอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงด้านการเงิน
รายละเอียดของทั้ง 4 คดีสะท้อนให้เห็นว่า การทุจริตด้านทะเบียนราษฎรไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปลอมแปลงเอกสาร แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับผู้รับรอง นายหน้า หรือบุคคลภายในกระบวนการที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเพิ่มชื่อและจัดทำเอกสาร เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบข้อมูลหลายส่วนประกอบกัน ทั้งประวัติบุคคล การเดินทาง ที่อยู่ ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร และความสัมพันธ์กับผู้ต้องหารายอื่น
พลตำรวจโทนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ระบุว่า ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” เป็นการขยายผลจากคดีทุจริตทะเบียนราษฎรหลายคดีที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบเส้นทางการได้มาซึ่งสถานะบุคคล รวมถึงตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายใดช่วยเหลือขบวนการหรือไม่ หากพบหลักฐานก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น
ประเด็นสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การนำสถานะหรือเอกสารที่ได้มาโดยมิชอบไปใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นการถือครองที่ดินและทรัพย์สิน การเปิดบัญชีธนาคาร การทำธุรกิจ การเดินทางข้ามแดน หรือการหลบซ่อนจากคดีในต่างประเทศ การสวมสิทธิในระบบทะเบียนจึงไม่ได้กระทบเฉพาะความถูกต้องของฐานข้อมูลรัฐ แต่ยังอาจส่งผลต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประชาชน
สำหรับประชาชน หากพบความผิดปกติเกี่ยวกับการแจ้งย้ายที่อยู่ การเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน การออกบัตรประชาชน หรือการใช้เอกสารของบุคคลอื่น ควรแจ้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและหลีกเลี่ยงการช่วยเหลือหรือรับรองข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ เพราะการให้ข้อมูลเท็จหรือสนับสนุนการสวมสิทธิอาจมีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ใช้เอกสาร
การเปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” จึงเป็นสัญญาณว่าหน่วยงานรัฐกำลังยกระดับการตรวจสอบเครือข่ายทุนเทาและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดียังต้องอาศัยพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมที่รอบคอบ เพื่อแยกผู้กระทำผิดออกจากผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และรักษาความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนไทยในระยะยาว
มุมมองที่น่าจับตาคือ การปราบปรามจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนราษฎร การเงิน การเดินทาง และทรัพย์สินได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเพิ่มการตรวจสอบบุคคลและผู้รับรองในพื้นที่เสี่ยง ประชาชนเองก็ควรติดตามผลการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพราะคดีนี้อาจนำไปสู่การเปิดเผยเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่กว่าผู้ต้องหา 24 รายที่ถูกจับกุมในเบื้องต้น
ที่มา – เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” รวบ 24 ราย จับจีนหนีหมายแดง ทุนเทาเงินหมุน 580 ล้าน



