เปิดศึกรอบด้าน กับความขัดแย้งทางการเมืองไทยในปัจจุบัน

สถานการณ์การเมืองไทยในเวลานี้ต้องบอกว่าร้อนแรงไม่แพ้อากาศ เพราะดูเหมือนว่าแกนนำพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนกำลังเปิดศึกรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกมาวิจารณ์การทำงานของวุฒิสภา หรือประเด็นละเอียดอ่อนเกี่ยวกับบทบาทขององคมนตรี ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมและความไม่พอใจให้กับฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภาเป็นอย่างมาก

สถานการณ์การเมืองไทยที่กำลัง เปิดศึกรอบด้าน

เหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงการเปิดศึกรอบด้านในครั้งนี้ เริ่มต้นจากการที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกลุ่มสีน้ำเงิน เตรียมตัวเปิดแถลงข่าวใหญ่เพื่อตอบโต้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน หลังจากที่เขาออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวหาว่าวุฒิสภากำลังทำลายหลักการประชาธิปไตยภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน พร้อมระบุถึงพฤติการณ์เรื่องการกินรวบประเทศ ทั้งในทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ

ความขัดแย้งที่ขยายตัวจากการ เปิดศึกรอบด้าน

ไม่เพียงแค่ประเด็นวุฒิสภาเท่านั้น แต่ความร้อนแรงยังลามไปถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ออกมาเคลื่อนไหวเสนอให้ยกเลิกคณะองคมนตรี โดยอ้างความไม่เป็นกลาง ซึ่งทางฝั่งนายธนกร วังบุญคงชนะ จากพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาโต้กลับอย่างเผ็ดร้อนว่าเป็นการสร้างภาพหวาดระแวงและปลุกปั่นฝ่ายสนับสนุนของตัวเอง พร้อมชี้แจงว่าคณะองคมนตรีไม่ได้มีอำนาจสั่งการรัฐบาลอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง

  • พรรคประชาชนออกมาวิจารณ์การทำงานขององค์กรอิสระและวุฒิสภาอย่างต่อเนื่อง
  • ฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภาผนึกกำลังโต้กลับเพื่อปกป้องเกียรติภูมิ
  • มีการนำประเด็นสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
  • กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังถูกจับตามองโดยแต่ละพรรคต่างมีข้อเสนอที่แตกต่างกัน

ในขณะที่การเมืองไทยกำลังอยู่ในสภาวะเปิดศึกรอบด้านนี้ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็กำลังเดินหน้าไปตามไทม์ไลน์ โดยพรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในช่วงปี 2572 ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีท่าทีที่แตกต่างในรายละเอียด โดยเฉพาะประเด็นหมวดของพระมหากษัตริย์และที่มาของ ส.ส.ร.

บทสรุปของเรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาว่า สุดท้ายแล้วการเปิดฉากปะทะด้วยวาทกรรมทางการเมืองจะนำไปสู่ทางออกที่ดีขึ้นหรือความบอบช้ำของประเทศในระยะยาว ในมุมมองของผม สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นมากที่สุดในตอนนี้คือการแก้ปัญหาปากท้องและภัยแล้งที่กำลังเผชิญ มากกว่าการเสียเวลามาไล่เบี้ยกับข้อกล่าวหาทางการเมืองที่ไม่มีมูล ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อประเทศชาติโดยรวมเลยแม้แต่น้อย

ที่มา – เปิดศึกรอบด้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *