เปิดโปรไฟล์ ‘เขตรัฐ ชาญศิลป์’ ผู้ว่าฯประจวบฯคนใหม่
การแต่งตั้ง ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากทั้งข้าราชการ ภาคธุรกิจ และประชาชนในพื้นที่ เพราะเขาเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ทำงานหลากหลาย ทั้งด้านตำรวจ การสอบสวนคดีพิเศษ การบริหารงานความมั่นคง และการปกครองท้องถิ่น บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเส้นทางชีวิตและประสบการณ์การทำงานของผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์คนใหม่ให้มากขึ้น
เปิดโปรไฟล์ ‘เขตรัฐ ชาญศิลป์’ ผู้ว่าฯประจวบฯคนใหม่
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้ง ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ จากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ร.ต.อ.เขตรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “รองเกิ้น” ปัจจุบันมีอายุ 54 ปี เกิดวันที่ 30 มกราคม 2515 จุดเด่นของเขาคือการมีประสบการณ์ทั้งในสายงานบังคับใช้กฎหมายและสายงานบริหารราชการ ทำให้เข้าใจการทำงานเชิงปฏิบัติ ตลอดจนการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ประวัติการศึกษาและหลักสูตรสำคัญ
ด้านการศึกษา ร.ต.อ.เขตรัฐเริ่มต้นจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ หรือ MBA จากมหาวิทยาลัยลินคอล์น ประเทศนิวซีแลนด์
นอกจากวุฒิการศึกษาแล้ว เขายังผ่านหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง ได้แก่ หลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 74 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลักสูตรสารวัตร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหลักสูตรนักปกครองระดับสูง หรือ นปส. รุ่นที่ 80 ของกระทรวงมหาดไทย ประจำปี 2566 หลักสูตรเหล่านี้ช่วยเสริมทั้งทักษะด้านการสืบสวน การบริหารบุคลากร และการกำหนดนโยบายภาครัฐ
เส้นทางการทำงานของเขตรัฐ ชาญศิลป์
ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ร.ต.อ.เขตรัฐรับราชการตำรวจในตำแหน่งรองสารวัตร กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เมื่อปี 2541 ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขาได้ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน นักท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว
ต่อมาในปี 2547 เขาโอนย้ายมาเป็นข้าราชการพลเรือน โดยรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม งานในช่วงนี้เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงและคดีที่มีความซับซ้อนทางการเงิน จึงเป็นอีกประสบการณ์สำคัญที่ช่วยพัฒนาความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการติดตามปัญหาเชิงลึก
ระหว่างปี 2555-2557 ร.ต.อ.เขตรัฐได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล หรือ ศปอ. ดีเอสไอ บทบาทนี้สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการจัดการปัญหาผู้มีอิทธิพล การบูรณาการข้อมูล และการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน
ในปี 2566 ร.ต.อ.เขตรัฐย้ายมาสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยเริ่มจากตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศชุมชน ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน หลังจากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน ต่อด้วยตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง กรมการปกครอง
วันที่ 2 มกราคม 2567 เขาได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง และวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่สายงานบริหารจังหวัดอย่างเต็มตัว
ต่อมาในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ ร.ต.อ.เขตรัฐไปรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ เขาเดินหน้าภารกิจเกี่ยวกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพล การตรวจสอบธุรกิจที่ใช้นอมินีชาวไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ การจัดระเบียบสังคม และการตรวจสอบโรงแรมที่อาจประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากนั้น เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ ร.ต.อ.เขตรัฐย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนที่มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 ตุลาคม 2569 จะเห็นชอบให้เขาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
บทบาทที่น่าจับตาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
การเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของ ร.ต.อ.เขตรัฐ น่าจับตาในหลายด้าน โดยเฉพาะการดูแลความสงบเรียบร้อย การป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล การจัดการปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย และการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน นอกจากนี้ ประสบการณ์ด้านข้อมูลสารสนเทศชุมชนยังอาจช่วยให้การวางแผนพัฒนาจังหวัดมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่มากขึ้น
ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนชายฝั่ง ภาคเกษตรกรรม และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงต้องบริหารความหลากหลายของพื้นที่ไปพร้อมกับดูแลเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย การทำงานที่เปิดรับความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
โดยสรุป เปิดโปรไฟล์ ‘เขตรัฐ ชาญศิลป์’ ผู้ว่าฯประจวบฯคนใหม่ จะเห็นได้ว่าเขามีเส้นทางการทำงานที่ครอบคลุมตั้งแต่งานตำรวจ ดีเอสไอ งานความมั่นคง ไปจนถึงงานบริหารราชการจังหวัด ความรู้และประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประจวบคีรีขันธ์ให้เดินหน้าอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามนโยบายและผลงานของผู้ว่าฯ คนใหม่ เพื่อร่วมกันสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางพัฒนาจังหวัดให้ตอบโจทย์คนในพื้นที่มากที่สุด
ที่มา – เปิดโปรไฟล์ ‘เขตรัฐ ชาญศิลป์’ ผู้ว่าฯประจวบฯคนใหม่
