เปิดใจ ‘เจ๊ปอง’ ยอมรับคำตัดสินคดีบุก NBT

เมื่อวันที่ 19 กันยายน น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก หรือที่ทราบจักกันในชื่อ ‘เจ๊ปอง’ หนึ่งในจำเลยคดีบุกสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ปี 2551 ได้ออกมาเปิดใจก่อนรับฟังคำตัดสินของศาลในชั้นฎีกา ว่าตนเองพร้อมรับฟังผลพิพากษา ไม่ว่าจะเป็นคำตัดสินเชิงลบหรือไม่ เพราะพวกเขาได้ต่อสู้เต็มที่แล้ว และไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ทำด้วยความเชื่อเพื่อสาธารณะประโยชน์

เปิดใจ ‘เจ๊ปอง’ ยอมรับคำตัดสินคดีบุก NBT

“เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนเห็นได้ชัดว่าเราต่อสู้ด้วยความเชื่อและตั้งใจจริง” เจ๊ปองกล่าวพร้อมยอมรับว่าตัวเองได้เตรียมตัวอย่างดีหากต้องเข้าเรือนจำ เนื่องจากทราบมาล่วงหน้าถึงวันฟังคำพิพากษา deja vu จึงได้จัดเตรียมเรื่องสุขภาพและศึกษาวิธีการใช้ชีวิตในเรือนจำจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เคยต้องเข้าคุกมาก่อน

การกระทำไม่มีเจตนาสร้างความเสียหาย

เจ๊ปองยืนยันว่าบทบาทของตนคือเพียงคนหนึ่งในกลุ่มคนที่เชื่อในความถูกต้อง ไม่มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ และใช้ชีวิตภายใต้กรอบของกฎหมาย แม้บางตอนอาจดูล้ำละเมิดกว่าขอบเขต แต่ก็รับผิดชอบในสิ่งที่ทำเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ คดีนี้ลากยาวตั้งแต่ชั้นต้นจนถึงฎีกา เจ้าตัวไม่ได้แย้งคดี แม้จะมีสิทธิ์ขอเลื่อนพิจารณาตามกฎหมาย

ไม่หวั่นผลกระทบจากการตัดสินของศาล เพราะเธอไม่มองว่าหน้าที่ของตนเองได้สิ้นสุดเมื่อศาลพิพากษา แต่หากได้กลับบ้าน ก็จะยังคงทำต่อในสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้องเพื่อประเทศชาติอยู่เสมอ

  • ไม่บิดเบือนความจริง ยอมรับทุกข้อกล่าวหา
  • เตรียมตัวรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะจำคุกหรือพ้นผิด
  • ยืนยันทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตน

การเปรียบเทียบว่าเธอมีความ “แมน” มากกว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ยังไม่เข้าคุกจริง เจ๊ปองกล่าวว่า “ถ้าศาลเรียก พวกเราก็จะเข้าศาล เราไม่ได้กลัว ไม่ว่าจะแย่แค่ไหน เราพร้อมรับทุกอย่างอย่างเต็มที่” ทั้งนี้เธอยังยื่นคำของกล่าวในชั้นฎีกาอย่างสั้นกระชับ โดยไม่มีการยื่นเอกสารใหม่ใดๆ เน้นเพียงความบริสุทธิ์ใจและความจงรักภักดีต่อประเทศชาติแทนผู้ใด

เจ๊ปองไม่ท้อ ขอทำเพื่อชาติถึงแม้ต้องเข้าเรือนจำ

“คำพิพากษาไม่ว่าจะออกมาอย่างไร เราไม่เปลี่ยนความเชื่อ และหากสาธารณะอยากให้บ้านเมืองดีขึ้น เราจะยังคงต่อสู้ต่อไปเช่นเดิม” เจ๊ปองกล่าวกับสื่ออย่างมั่นคง พร้อมทั้งขอบคุณผู้คนที่มายืนให้กำลังใจด้วยเสียงตะโกน “สู้ๆ” “ขอให้โชคดี” และ “รักเจ๊ปองเสมอ” ซึ่งเธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มและสัญลักษณ์มือสองนิ้วอย่างมั่นใจ

สุดท้าย เจ๊ปองได้ทิ้งท้ายไว้ดีว่าไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาเช่นไร ความพยายามและการต่อสู้ของเธอจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวเพื่อสังคม หากมีโอกาส รายการเข้าคุก ก็จะกลับออกมาอีกครั้งเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องอย่างตั้งใจเช่นเคย

หากคุณสนใจติดตามประเด็นการเมืองหรือบทเรียนจากผู้หญิงที่มีกล้าหาญในครั้งนี้ เราเชื่อว่า เรื่องราวของ ‘เจ๊ปอง’ คือหนึ่งแรงบันดาลใจที่สร้างแรงหมุนให้สังคมตระหนักว่า การรักษาความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง

ที่มา – เปิดใจ ‘เจ๊ปอง’ น้อมรับคำตัดสินคดีบุก NBT ยันทำเพื่อชาติเตรียมตัวเข้าเรือนจำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *