เปเซชเคียนชี้อิหร่านเผชิญ “สงครามเต็มรูปแบบ” กับสหรัฐ
เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวต่างประเทศกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ล่าสุดประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน ได้ออกมากล่าวถึงมุมมองที่น่าสนใจอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ในบ้านเมืองของเขา โดยระบุว่าขณะนี้อิหร่านกำลังตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า เปเซชเคียนชี้อิหร่านเผชิญ “สงครามเต็มรูปแบบ” กับสหรัฐ ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การสู้รบด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เปเซชเคียนชี้อิหร่านเผชิญ “สงครามเต็มรูปแบบ” กับสหรัฐ ในมิติใหม่
ท่านผู้นำอิหร่านมองว่า สงครามในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่าที่เราคิด เพราะคู่ขัดแย้งเริ่มตระหนักแล้วว่า การใช้กำลังทหารหรือการยิงขีปนาวุธใส่กันอาจไม่ใช่วิธีการที่ได้ผลในการสยบความแข็งแกร่งของชาวอิหร่านได้ ดังนั้น สมรภูมิที่เป็นหัวใจสำคัญจึงเปลี่ยนไปอยู่ที่เรื่องของปากท้องและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนนั่นเองครับ
สมรภูมิเศรษฐกิจและผลกระทบที่ประชาชนต้องเจอ
เมื่อเราพูดถึงว่า เปเซชเคียนชี้อิหร่านเผชิญ “สงครามเต็มรูปแบบ” กับสหรัฐ บนสนามรบทางเศรษฐกิจ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือผลกระทบที่พุ่งตรงไปยังประชาชนโดยตรง ดังนี้ครับ:
- อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 88% ทำให้น้ำมันแพงและสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูง
- ค่าเงินเรียลอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
- ภาวะการว่างงานที่ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น
รัฐบาลอิหร่านเข้าใจดีว่า หากปล่อยให้เศรษฐกิจบีบคั้นพี่น้องประชาชนมากเกินไป จนเกิดความยากจนและความเดือดร้อนในวงกว้าง สิ่งนี้อาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำลายความเป็นเอกภาพของชาติได้ ดังนั้นเป้าหมายสำคัญของผู้นำคือการรักษาความสามัคคีท่ามกลางแรงกดดันจากภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากในสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอนเช่นนี้
หากเปรียบเทียบกับบ้านเรา สถานการณ์ในอิหร่านถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนว่า ความมั่นคงของประเทศไม่ได้มีแค่เรื่องกำลังทหารเท่านั้น แต่เรื่องความกินดีอยู่ดีของประชาชนคือปราการด่านสำคัญที่สุด ในมุมมองของผม สงครามในอนาคตอาจไม่ใช่การหยิบปืนเข้าใส่กัน แต่คือความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจเพื่อเอาตัวรอดจากแรงกดดันระดับสากลมากกว่าครับ
ที่มา – เปเซชเคียนชี้อิหร่านเผชิญ “สงครามเต็มรูปแบบ” กับสหรัฐ สมรภูมิใหม่อยู่ที่เศรษฐกิจ