เผยราคาเรือฟริเกต ใช้งบ 1.67 หมื่นล้านบาท

ประเด็น เผยราคาเรือฟริเกต ใช้งบประมาณ 1.67 หมื่นล้านบาท กำลังได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะเป็นโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพของกองทัพเรือในระยะยาว โดยกองทัพเรือเปิดเผยว่า มีผู้ประกอบการให้ความสนใจและยื่นข้อเสนอเข้าร่วมกระบวนการพิจารณารวม 6 บริษัท

เดิมโครงการนี้มีกรอบวงเงินประมาณ 17,000 ล้านบาท แต่ข้อเสนอที่ได้รับการพิจารณาอยู่ที่ 16,730 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 270 ล้านบาท คิดเป็นราว 1.6% ของวงเงินเดิม ตัวเลขดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า เรือฟริเกตลำใหม่จะมีความสามารถและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอย่างไร รวมถึงจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมต่อเรือของไทยได้มากน้อยแค่ไหน

เผยราคาเรือฟริเกต ใช้งบประมาณ 1.67 หมื่นล้านบาท

พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต ระบุว่า หากต้องยกเลิกกระบวนการเดิมและเริ่มต้นการประเมินใหม่ทั้งหมด อาจทำให้โครงการล่าช้าออกไปประมาณ 6–7 เดือน ดังนั้น คณะกรรมการจึงต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กรอบเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด

นอกจากการลดราคาจัดหาแล้ว บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกยังต้องดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศตามเงื่อนไขของโครงการ รายละเอียดเหล่านี้จะถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญา ส่วนข้อมูลบางรายการยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ระหว่างการจัดทำเอกสารและดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญา

รายละเอียดสำคัญของราคาและเงื่อนไขเรือฟริเกต

  • วงเงินเดิม: ประมาณ 17,000 ล้านบาท
  • ราคาที่เสนอ: ประมาณ 16,730 ล้านบาท
  • ส่วนต่างที่ลดลง: ประมาณ 270 ล้านบาท หรือราว 1.6%
  • ผู้ยื่นข้อเสนอ: มีผู้ประกอบการเข้าร่วมทั้งหมด 6 บริษัท
  • เงื่อนไขเพิ่มเติม: ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสนับสนุนอุตสาหกรรมไทย

อีกหนึ่งเป้าหมายที่ถูกพูดถึงคือการต่อเรือฟริเกตภายในประเทศให้ได้ 100% อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือยังไม่สามารถระบุปีที่ชัดเจนได้ เนื่องจากการพัฒนาความสามารถจำเป็นต้องทำเป็นขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การสร้างเรือลำแรก การสะสมประสบการณ์ของช่าง การปรับปรุงอู่ต่อเรือ ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรและระบบสนับสนุนต่าง ๆ

แนวทางดังกล่าวหมายความว่า การต่อเรือในประเทศจะค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนขึ้นตามความพร้อม เมื่อมีการสร้างเรือลำที่สองและลำต่อ ๆ ไป บุคลากรจะมีความชำนาญมากขึ้น อู่ต่อเรือจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และภาคอุตสาหกรรมจะสามารถผลิตหรือดูแลระบบสำคัญได้มากขึ้น ทั้งนี้ ความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากภาครัฐ งบประมาณต่อเนื่อง เทคโนโลยี และการวางแผนกำลังพลอย่างเป็นระบบ

เหตุผลด้านเครื่องยนต์ของเรือฟริเกตลำใหม่

สำหรับข้อกังวลเรื่องเครื่องยนต์ของเรือหลวงภูมิพล กองทัพเรือชี้แจงว่า เครื่องยนต์ที่เกิดปัญหาเสียหายหลังหมดระยะเวลาประกันแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณของกองทัพเรือในการจัดหาและซ่อมแซม ขณะที่เรือฟริเกตลำใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยกำหนดรายละเอียดด้านเครื่องยนต์ไว้ในข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ TOR

สาเหตุหนึ่งที่ถูกอธิบายคือการใช้งานเครื่องยนต์ดีเซลด้วยความเร็วประหยัดเป็นเวลานาน ทำให้เกิดเขม่าสะสมและการอุดตันของน้ำมันหล่อลื่นได้ เครื่องยนต์ของเรือหลวงภูมิพลมีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2 เครื่อง และเครื่องยนต์ Gas Turbine 1 เครื่อง แต่การใช้งานจริงมักเลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซลเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง เมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่รอบสูงแต่เรือเดินทางด้วยความเร็วต่ำ จึงต้องมีการดูแลและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม

ใน TOR สำหรับเรือลำใหม่จึงกำหนดให้ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 เครื่อง โดยบริษัทที่ยื่นข้อเสนอทั้งหมดได้เสนอรูปแบบที่สอดคล้องกับเงื่อนไขนี้ กองทัพเรือมองว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการใช้งาน และทำให้การบำรุงรักษาเป็นไปตามแผนมากขึ้น

การแก้ไขระบบปืนฟาลังซ์และบทเรียนจากเรือลำเดิม

ส่วนปืนฟาลังซ์ หรือ Phalanx CIWS ซึ่งเป็นระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิดแบบอัตโนมัติ ก็เป็นอีกประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ กองทัพเรือเคยแจ้งปัญหาไปยังบริษัทผู้ต่อเรือเดิม ก่อนที่บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. จะเข้ามารับช่วงต่อ โดยมีเงินประกันประมาณ 1,500 ล้านบาทอยู่ครบถ้วน

ขณะนี้กองทัพเรือยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าควรอัปเกรดระบบปืนเดิมหรือจัดหาระบบใหม่ การตัดสินใจจำเป็นต้องพิจารณาทั้งประสิทธิภาพ อายุการใช้งาน ค่าใช้จ่าย และความคุ้มค่าในระยะยาว โดยกองทัพเรือจะต้องประสานงานกับคณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หรือ Jusmagthai เพื่อขอข้อมูลและราคา ก่อนเสนอแนวทางที่เหมาะสมต่อไป

ภาพรวมของโครงการ เผยราคาเรือฟริเกต ใช้งบประมาณ 1.67 หมื่นล้านบาท จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องตัวเลขงบประมาณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย การฝึกบุคลากร และการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ประชาชนจึงควรติดตามรายละเอียดในสัญญาและเงื่อนไขชดเชยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นภาพว่าการใช้งบประมาณครั้งนี้สร้างประโยชน์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจได้มากเพียงใด

ในมุมมองของผู้เขียน การจัดหาเรือฟริเกตควรให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและความโปร่งใสควบคู่กันไป ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาที่ลดลงเท่านั้น หากโครงการสามารถสร้างทักษะให้คนไทย เพิ่มขีดความสามารถของอู่ต่อเรือ และวางระบบบำรุงรักษาที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้การลงทุนครั้งนี้เกิดประโยชน์ในระยะยาวอย่างแท้จริง ผู้สนใจควรติดตามความคืบหน้าของสัญญาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่อไป

ที่มา – เผยราคาเรือฟริเกต ใช้งบประมาณ 1.67 หมื่นล้านบาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *