เพื่อไทยยื่นฟันพ้นสมาชิกภาพปมMOA นย.ก.ฯไม่กังวล

กรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการลงนามความร่วมมือ (MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนนั้นขัดต่อหลักการพรรคการเมืองหรือไม่ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นเรื่องปกติตามสิทธิและข้อกฎหมาย โดยระบุว่าพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนมีข้อตกลงกัน และไม่ได้ขัดกับสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยทำไว้ก่อนหน้านี้

เพื่อไทยยื่นฟันพ้นสมาชิกภาพ ปม MOA

ข้อหาหลักที่พรรคเพื่อไทยยื่นฟ้องคือ การทำ MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนอาจมีเจตนาร่วมกันเพื่อแบ่งผลประโยชน์ในทางการเมือง รวมถึงเป็นการแทรกแซงหรือครอบงำพรรคการเมือง ซึ่งอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน เผยว่าในอดีต พรรคเพื่อไทยก็เคยเสนอข้อตกลงที่คล้ายกัน เช่น หากพรรคประชาชนสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ก็จะมีการยุบสภาทันที ถือว่าเป็น “ข้อตกลงทางการเมือง” เช่นกัน

ความคิดเห็นของนายกฯ ว่าอย่างไร

เมื่อถามถึงความกังวลว่า MOA ครั้งนี้จะกระทบภาพลักษณ์พรรคหรือทำให้เกิดความไม่แน่นอน นายกฯอนุทิน กล่าวว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและเป็นสิทธิของแต่ละพรรคการเมือง” เน้นว่าเขาไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เพราะพรรคเพื่อไทยเองก็เคยทำในลักษณะเดียวกันมาก่อน และหากมีข้อสงสัย ควรไปสอบถามทางพรรคเพื่อไทยจะเหมาะสมกว่า

ทั้งนี้ ยังมีประเด็นว่าพรรคเพื่อไทยเคยผิดคำพูดและข้อตกลงทางการเมืองมาแล้ว จึงมีบางเสียงว่าการที่พรรคภูมิใจไทยทำ MOA อาจต้องมีมาตรการป้องกันให้มากกว่าเดิมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

พรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดตัวนักเศรษฐศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิ

นอกเหนือจากประเด็นการเมืองที่ถูกจับตามองอย่างหนัก ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยยังมีข่าวดีเกี่ยวกับการเปิดตัวรัฐมนตรีคนใหม่ เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา นายอนุทิน ได้เปิดเผยว่านายวรภัค ธันยาวงษ์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจและเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในวงการธนาคาร เช่น กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และเคยเป็นที่ปรึกษาทางด้านคลังการเงินให้กับนายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เริ่มมีการเปิดตัวรัฐมนตรีคนใหม่จากพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งบ่งบอกถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยในการบริหารประเทศในมิติต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องการคนมีประสบการณ์จริง

ทั้งนี้ สื่อมวลชนหลายสำนักมองว่า การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์จากภาคธุรกิจและด้านการเงินเข้ามาเป็นรัฐมนตรี อาจช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลให้ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในความคิดเห็นของผู้เขียน การเมืองไทยในปัจจุบันต้องอาศัยความโปร่งใสและการทำงานร่วมกันในรูปแบบที่เข้าใจตรงกัน หากพรรคการเมืองต่างใช้ “ข้อตกลงทางการเมือง” ด้วยความจริงใจและไม่ซ่อนเร้น มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ประชาชนต้องมั่นใจได้ว่าเสียงของพวกเขาไม่ถูกซื้อขาย และทุกพรรคต่างทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ

ที่มา – นายกฯไม่กังวล‘เพื่อไทย’ยื่นฟันพ้นสมาชิกภาพ ปม MOA

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *