เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบไอซ์แชร์โพสต์
ประเด็นทางการเมืองกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่าได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ สส.ไอซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากกรณีการแชร์ข้อความและภาพที่เกี่ยวข้องกับเพจ Godd Dam
ประเด็นนี้ทำให้หลายคนติดตามข่าว เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบไอซ์แชร์โพสต์ อย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องทั้งการทำหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรฐานทางจริยธรรม และข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ข้อกล่าวหายังอยู่ในขั้นตอนการร้องเรียนและตรวจสอบ ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าผู้ถูกร้องมีความผิดจริง
เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบไอซ์แชร์โพสต์ มีประเด็นอะไรบ้าง
นายเรืองไกรระบุว่า น.ส.รักชนกได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะว่า “อยู่ๆ ก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ” พร้อมแนบข้อความและภาพจากเพจ Godd Dam ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวพาดพิงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต่อมามีการตั้งข้อสังเกตว่าข้อความและภาพอาจเป็นข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมทั้งหมดหรือบางส่วน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ร้องเห็นว่าอาจมีประเด็นให้ตรวจสอบตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รวมถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ผู้โพสต์ควรตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ
เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบไอซ์แชร์โพสต์ อ้างข้อมูลควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่
นายเรืองไกรยังกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีธนาคารของนายอนุทินที่ปรากฏในข้อความต้นทาง โดยระบุว่าเมื่อนำเลขที่บัญชีดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินที่นายอนุทินเคยยื่นต่อ ป.ป.ช. พบว่าไม่ตรงกัน ผู้ร้องจึงเห็นว่าเป็นข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ และผู้ที่นำข้อมูลไปเผยแพร่อาจควรตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จหรือบิดเบือน รวมถึงการพิจารณาว่าการแชร์ข้อความเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จะต้องอาศัยพยานหลักฐานและกระบวนการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจ การแชร์โพสต์เพียงอย่างเดียวจึงไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นความผิดทันที เพราะยังต้องพิจารณาเจตนา เนื้อหาที่เผยแพร่ แหล่งที่มา และพฤติการณ์แวดล้อมทั้งหมด
หน้าที่ของ ป.ป.ช. หลังได้รับเรื่องร้องเรียน
ในคำร้อง นายเรืองไกรอ้างถึงบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดแนวทางเมื่อมีความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าอาจมีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ โดย ป.ป.ช. สามารถดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
หากการไต่สวนพบว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอาจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ป.ป.ช. จะต้องพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ การรับเรื่องไว้ตรวจสอบไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกร้องมีความผิด แต่เป็นขั้นตอนเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจง
- ตรวจสอบข้อความและภาพที่ถูกเผยแพร่ว่ามาจากแหล่งใด
- พิจารณาว่าข้อมูลมีลักษณะบิดเบือนหรือเป็นเท็จหรือไม่
- ตรวจสอบเจตนาและพฤติการณ์ของผู้แชร์หรือผู้เผยแพร่
- เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องและผู้เกี่ยวข้องนำพยานหลักฐานมาชี้แจง
- พิจารณาว่าเข้าข่ายกฎหมายหรือมาตรฐานทางจริยธรรมข้อใด
นายเรืองไกรยังขอให้ ป.ป.ช. ขยายผลไปตรวจสอบ สส. รายอื่นที่อาจมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกัน หากปรากฏว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลชุดเดียวกันหรือมีการส่งต่อข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้อง การตรวจสอบอย่างเป็นระบบจะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นมาตรฐานเดียวกัน และลดข้อครหาว่าการดำเนินการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
บทเรียนจากกรณีแชร์ข้อมูลการเมืองบนโซเชียลมีเดีย
กรณี เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. สอบไอซ์แชร์โพสต์ สะท้อนให้เห็นว่าการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักการเมืองมีความรับผิดชอบสูงกว่าผู้ใช้งานทั่วไป เพราะทุกข้อความสามารถส่งต่อได้อย่างรวดเร็วและอาจส่งผลต่อชื่อเสียงของบุคคล รวมถึงความเข้าใจของประชาชนในวงกว้าง
ก่อนแชร์ข้อมูลทางการเมือง ผู้ใช้งานควรตรวจสอบแหล่งที่มา เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือสื่อที่น่าเชื่อถือ และอ่านเนื้อหาให้ครบถ้วน ไม่ควรตัดสินจากพาดหัว ภาพประกอบ หรือข้อความสั้น ๆ เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเนื้อหาที่กล่าวหาบุคคลอื่น เพราะหากข้อมูลไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ความเสียหายและข้อพิพาททางกฎหมายได้
สำหรับประชาชน ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามกระบวนการตรวจสอบอย่างมีวิจารณญาณ ควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ข้อกล่าวหา” “คำร้องเรียน” และ “ผลการวินิจฉัย” การรับฟังข้อมูลจากหลายฝ่ายจะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์รอบด้านมากขึ้น ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรสื่อสารความคืบหน้าอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
ท้ายที่สุด คดีหรือคำร้องนี้จะมีผลอย่างไรยังต้องรอการตรวจสอบจาก ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความเห็นของสังคมควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่เร่งสรุปความผิดก่อนมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ ผู้สนใจควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และใช้วิจารณญาณทุกครั้งก่อนกดแชร์
ที่มา – ‘เรืองไกร’ร้องป.ป.ช.สอบ’ไอซ์’แชร์ข้อความ -ภาพ ‘เพจGodd Dam’