เรื่องน่ารู้ : ฝักทอง
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง ฝักทอง กันดีกว่าครับ พืชผักที่หลายคนอาจจะเรียกติดปากว่าฟักทองนี่แหละ เป็นไม้เถาเลื้อยล้มลุกอายุสั้นที่พบเจอได้ง่ายในสวนหลังบ้านหรือตลาดสด ใครที่ชอบทำอาหารเพื่อสุขภาพหรืออยากลดน้ำหนักต้องไม่พลาดเลยนะครับ เพราะ ฝักทอง มีประโยชน์รเพียบ!
ฝักทอง
ฝักทอง มีลักษณะเปลือกนอกแข็ง ขรุขระ มีร่องตามความยาวของผล ผลทรงกลมแป้น สีเขียวสดใสเมื่อยังอ่อน เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มหรือน้ำตาลเมื่อแก่เต็มที่ เนื้อในสีเหลืองแน่น หวานมันกินเพลินมาก เมล็ดแบนสีขาวหม่น ใบใหญ่หยักแฉกปกคลุมด้วยขนแข็ง ลำต้นเป็นเถาเลื้อยยาว แข็งแรงเหนียว มีหนวดเกาะยึดเก่ง ลำต้นมักเป็น 5 เหลี่ยมปกคลุมด้วยขนอ่อน ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปร่างกลมหรือรูปไตแกมรูปโล่ ขอบใบหยักเว้า 5-7 แฉก ผิวใบสากมีขนสีขาวทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยวสีเหลืองหรือส้ม รูปร่างคล้ายระฆัง แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวเมียมีรังไข่บวมด้านหลัง ผลหลากหลายรูปทรงทั้งกลม แป้น รี ผิวขรุขระ เปลือกแข็ง เนื้อแน่นสีเหลืองส้ม รสหวานมัน เมล็ดแบนรูปไข่จำนวนมาก เหมาะสำหรับนำไปปรุงอาหารได้สารพัดเมนู
สายพันธุ์ของฝักทอง
ฝักทอง จัดอยู่ใน วงศ์แตง แบ่งออกเป็น 2 ตระกูลหลักๆ คือ ตระกูลฟักทองอเมริกันที่ผลใหญ่ เนื้อยุ่ย นุ่มฟู และตระกูลสควอช ซึ่งรวมถึงฝักทองไทยและฝักทองญี่ปุ่น สำหรับฝักทองไทย ผิวผลตอนอ่อนเป็นสีเขียว พอแก่เปลี่ยนเป็นเหลืองสลับเขียว ผิวขรุขระเบาๆ เปลือกแข็ง เนื้อเหลือง พร้อมเมล็ดขาวแบนๆ ติดอยู่ข้างใน ตระกูลนี้ปลูกง่ายในเมืองไทย ทนร้อนได้ดี
- ตระกูลอเมริกัน: ผลโตใหญ่ เหมาะต้มซุป
- ตระกูลสควอชไทย: ขรุขระ เนื้อแน่น หวาน
- ตระกูลญี่ปุ่น: ผิวเรียบกว่า รสชาติมัน
ประโยชน์ของฝักทอง
ฝักทอง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่ช่วยบำรุงร่างกาย เช่น วิตามินเอช่วยเรื่องสายตา วิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 บี6 ช่วยระบบประสาท วิตามินซีและอีต้านอนุมูลอิสระ ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม โพแทสเซียม โซเดียม แมงกานีส เหล็ก และซิงค์ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
- วิตามินเอ: บำรุงสายตา ป้องกันต้อกระจก
- กากใยสูง: ช่วยย่อยอาหาร ลดน้ำหนัก
- แคลอรีต่ำ ไขมันน้อย: กินอิ่มนาน ไม่กลัวอ้วน
- โพแทสเซียม: ควบคุมความดันโลหิต
เพียงกินฝักทองหนึ่งถ้วยหรือ 300 กรัม ก็อิ่มท้องได้นาน เหมาะสำหรับคนลดความอ้วน สามารถนำไปต้ม นึ่ง ผัด แกง หรืออบเป็นขนมได้หลากหลาย เช่น แกงฟักทองบ้านๆ ซุปฟักทองครีม หรือฟักทองอบน้ำผึ้ง สุขภาพดีแถมอร่อย
ข้อควรระวังในการกินฝักทอง
แม้ฝักทองจะดีต่อสุขภาพ แต่กินมากเกินไปอาจมีโทษ เพราะมีฤทธิ์อุ่น ไม่เหมาะกับคนกระเพาะร้อน เช่น มีอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก แผลในปาก เหงือกบวม ควรหลีกเลี่ยงหรือกินน้อยๆ แม้คนปกติก็ไม่ควรกินเยอะเกิน เพราะอาจท้องอืด ท้องเฟ้อ คำแนะนำคือกินวันละ 1-2 ถ้วย ผสมกับผักอื่นๆ เพื่อสมดุล
นอกจากนี้ การปลูกฝักทองก็ง่ายมาก แค่เตรียมดินร่วน แสงแดดจัด รดน้ำสม่ำเสมอ ก็ได้ผลโตๆ เก็บกินเองสดๆ เลยครับ
สรุปแล้ว ฝักทอง เป็น superfood ที่เข้าถึงง่าย ช่วยเรื่องสุขภาพหลายด้าน ลองนำไปลองทำเมนูโปรดดูสิครับ รับรองติดใจ สุขภาพดีขึ้นแน่นอน! แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ
ที่มา – เรื่องน่ารู้ : ฝักทอง