เร่งช่วยเหลือสวนทุเรียนพายุพัดถล่มเสียหายยับ “ปิยะรัฐชย์”
พายุฤดูร้อนที่พัดถล่มหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างความเสียหายรุนแรงให้กับพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะ สวนทุเรียน ที่กำลังเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิต ลูกทุเรียนหล่นเกลื่อน ต้นไม้ล้มครืนจำนวนมาก เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนต้องเผชิญความสูญเสียมหาศาล ล่าสุด น.ส. ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมา เร่งช่วยเหลือสวนทุเรียนพายุพัดถล่ม โดยเผยแพร่ขั้นตอนการเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 เพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
เร่งช่วยเหลือสวนทุเรียนพายุพัดถล่ม
เหตุการณ์พายุฝนกระหน่ำในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้บ้านเรือนพังพินาศและพื้นที่เกษตรเสียหาย โดยสวนทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเกษตรกรในภูมิภาคนี้ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ต้นทุเรียนที่โตเต็มวัยถูกแรงลมพัดจนหักโค่น ลูกผลที่ใกล้สุกตกลงพื้นเน่าเสีย สร้างมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท น.ส. ปิยะรัฐชย์ ระบุว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และได้เตรียมงบประมาณช่วยเหลือโดยตรง โดยเน้นเกษตรกรที่ต้นไม้ผลตายหรือเสียหายจนฟื้นตัวไม่ได้ ซึ่งทุเรียนเข้าข่ายไม้ผลที่ได้รับการเยียวยา
ทุเรียนเป็นผลไม้ราคาแพง ส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล โดยเฉพาะในภาคอีสานที่เป็นแหล่งปลูกสำคัญ การสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงกระทบเกษตรกรรายย่อยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ผู้เก็บเกี่ยวไปจนถึงผู้ส่งออก ดังนั้น การ เร่งช่วยเหลือสวนทุเรียนพายุพัดถล่ม จึงเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จำเป็น เพื่อช่วยให้เกษตรกรฟื้นฟูสวนและกลับมาผลิตผลได้ในฤดูกาลหน้า
หลักเกณฑ์รับเงินช่วยเหลือสวนทุเรียนเสียหาย
เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจชัดเจน หลักเกณฑ์การช่วยเหลือมีดังนี้
- ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร: เกษตรกรต้องลงทะเบียนและอัปเดตข้อมูลกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย หากยังไม่เคยลงทะเบียน สามารถทำได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน โดยใช้บัตรประชาชนและเอกสารที่ดิน
- เสียหายจริง: ต้นทุเรียนต้องเสียหายตามการสำรวจจริงของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่แค่ลูกผลหล่น แต่เน้นต้นที่ตายหรือฟื้นไม่ได้
- อยู่ในเขตประกาศ: พื้นที่สวนต้องอยู่ในเขตที่หน่วยงานรัฐประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน สามารถตรวจสอบประกาศได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด
- อัตราค่าช่วยเหลือ: สำหรับไม้ผลอย่างทุเรียนที่ตายหรือเสียหายหนัก ได้รับเงิน 4,048 บาทต่อไร่ สูงสุดไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน หากสวนใหญ่กว่านั้น จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
ขั้นตอนการดำเนินการเร่งช่วยเหลือสวนทุเรียนพายุพัดถล่ม
หลังทราบหลักเกณฑ์แล้ว เกษตรกรสามารถดำเนินการได้ทันที โดยขั้นตอนมีดังนี้
- แจ้งความเสียหาย: รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอภายใน 7 วันหลังเกิดภัย เพื่อบันทึกเบื้องต้น
- สำรวจความเสียหาย: เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรจะลงพื้นที่ตรวจสอบภายในเวลาที่กำหนด โดยเกษตรกรต้องเตรียมพาไปดูสวนและเอกสารทะเบียน
- พิจารณาและอนุมัติ: คณะกรรมการระดับอำเภอและจังหวัดจะตรวจสอบข้อมูล หากผ่าน จะส่งรายชื่อไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- จ่ายเงิน: เงินช่วยเหลือจะโอนเข้าบัญชีธนาคารของเกษตรกรโดยตรง ภายใน 30-45 วันหลังอนุมัติ
นอกจากนี้ เกษตรกรควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น สมุดทะเบียนเกษตรกร หลักฐานที่ดิน และภาพถ่ายความเสียหาย เพื่อเร่งกระบวนการ หากมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถาม hotline กระทรวงเกษตรฯ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดได้ตลอด
การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเงินชดเชย แต่ยังรวมถึงคำแนะนำฟื้นฟูสวน เช่น การตัดแต่งกิ่ง การใช้ปุ๋ยฟื้นต้น และการติดตั้งโครงสร้างป้องกันลมพายุในอนาคต เพื่อป้องกันความเสียหายซ้ำซาก เกษตรกรในภาคอีสานซึ่งเผชิญภัยแล้งภัยน้ำท่วมบ่อยครั้ง ควรพิจารณาปลูกพืชเสริมหรือใช้ประกันภัยเกษตรเพื่อความมั่นคง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การ เร่งช่วยเหลือสวนทุเรียนพายุพัดถล่ม แบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสนับสนุนเกษตรกร ซึ่งจะช่วยลดภาระและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเกษตรกรทุกคนร่วมมือปฏิบัติตามขั้นตอน ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เต็มจำนวน
เรียกร้องให้เกษตรกรผู้ประสบภัยรีบดำเนินการแจ้งความเสียหายวันนี้ เพื่อไม่พลาดโอกาสฟื้นฟูสวนทุเรียนของคุณ!
ที่มา – เร่งช่วยเหลือสวนทุเรียนพายุพัดถล่มเสียหายยับ “ปิยะรัฐชย์”เผยขั้นตอนการเยียวยา