เร่งปั้นวิชาชีพผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย ให้ทันต่อโลก
ในยุคที่สิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำลังเดินหน้าครั้งสำคัญในการ เร่งปั้นวิชาชีพผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานต่างๆ ที่มีความเข้มงวดเรื่องการระบายน้ำเสียมากขึ้นในปัจจุบัน
ความจำเป็นในการ เร่งปั้นวิชาชีพผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย
ด้วยกฎกระทรวง พ.ศ. 2567 ที่มีการปรับปรุงใหม่ ทำให้แหล่งกำเนิดมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นอาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล นิคมอุตสาหกรรม หรือฟาร์มสุกร จำเป็นต้องมีผู้ดูแลที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราต้องเร่งสร้างบุคลากรให้มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ
ทำไมต้อง เร่งปั้นวิชาชีพผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย?
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะที่ผ่านมาบัณฑิตจบใหม่มักมีปัญหาเรื่องหน่วยกิตไม่ครบตามเกณฑ์ ทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการอบรมเพิ่มเติม การปรับปรุงหลักสูตรจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บัณฑิตก้าวเข้าสู่ตลาดงานได้ทันที แนวทางที่ทางหน่วยงานผลักดันมีดังนี้:
- การปรับปรุงเนื้อหารายวิชาให้สอดคล้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับล่าสุด
- การนำเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียที่ทันสมัยมาบรรจุลงในการเรียนการสอน
- การเชื่อมโยงระหว่างภาคทฤษฎีกับการปฏิบัติจริงที่หน้างาน
- การให้คำปรึกษาผ่านระบบแอปพลิเคชัน เพื่อความสะดวกรวดเร็วของอาจารย์ผู้สอน
การปรับตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสอาชีพแห่งอนาคตให้กับนิสิตนักศึกษาอีกด้วย เมื่อบัณฑิตมีความพร้อม เขาก็จะสามารถทำหน้าที่เป็นบุคคลที่สาม (Third Party) ในการกำกับดูแลคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมของสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างยั่งยืน ผมเชื่อว่าการผลักดันนี้จะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการจัดการมลพิษของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานโลกในที่สุด
หากคุณเป็นหนึ่งในนักศึกษาหรือผู้ที่อยู่ในสายงานนี้ การเตรียมพร้อมรับกฎหมายใหม่ถือเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้น และเปิดประตูสู่โอกาสในหน้าที่การงานที่มั่นคงและสำคัญยิ่ง
ที่มา – เร่งปั้นวิชาชีพผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย
