เร่งล่าขบวนการตัดไม้ดอยสุเทพ พบผู้ผิด 7 ราย
กรณีลักลอบตัดต้นไม้บริเวณสัญลักษณ์สถานแห่งการเสด็จพระราชดำเนิน บ้านม้งดอยปุย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยและเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยสุเทพ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทั้งด้านธรรมชาติ การท่องเที่ยว และประวัติศาสตร์
ความคืบหน้าล่าสุดสะท้อนว่า เร่งล่าขบวนการตัดไม้ดอยสุเทพ ไม่ได้เป็นเพียงการติดตามผู้ลงมือตัดต้นไม้เท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลไปถึงผู้ที่อาจมีส่วนสั่งการหรืออยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว โดยสามารถระบุตัวผู้กระทำผิดจากหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอได้แล้วจำนวน 7 ราย
เร่งล่าขบวนการตัดไม้ดอยสุเทพ พบผู้กระทำผิดแล้ว 7 ราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการร้องเรียนของชาวบ้าน หลังพบว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่งและไม้ยืนต้นชนิดอื่นในพื้นที่บ้านม้งดอยปุย รวมทั้งหมด 15 ต้น และนำมาแปรรูปเป็นท่อนจำนวน 46 ท่อน การตรวจสอบพบว่าต้นไม้ที่ถูกตัดประกอบด้วยต้นนางพญาเสือโคร่ง 11 ต้น จำนวน 40 ท่อน ต้นราชพฤกษ์ 2 ต้น จำนวน 3 ท่อน ต้นเหลืองอินเดีย 1 ต้น จำนวน 1 ท่อน และต้นสนฉัตร 1 ต้น จำนวน 2 ท่อน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การตัดไม้ดังกล่าวใช้เลื่อยโซ่ยนต์และเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีกฎหมายคุ้มครองอย่างชัดเจน เบื้องต้นจึงเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน
เร่งล่าขบวนการตัดไม้ดอยสุเทพ ขยายผลถึงผู้สั่งการ
พลตำรวจตรีธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรภูพิงค์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และตัวแทนชาวบ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยสอบถามข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่และตรวจสอบร่องรอยการตัดไม้เพิ่มเติม
จากข้อมูลการสอบสวน พบว่าก่อนเกิดเหตุมีบุคคลบางกลุ่มขอความร่วมมือจากชาวบ้านให้ช่วยปรับภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าว ชาวบ้านบางส่วนให้ข้อมูลว่าเข้าใจว่าผู้ที่นำกลุ่มเข้าพื้นที่ได้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แล้ว จึงเข้าไปช่วยดำเนินการโดยไม่ได้ตระหนักว่าการตัดต้นไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ตำรวจต้องตรวจสอบต่อคือ ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้ประสานงาน และผู้ที่เข้าร่วมดำเนินการแต่ละรายมีบทบาทแตกต่างกันอย่างไร การแยกหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องจะช่วยให้การดำเนินคดีมีความชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น
หลักฐานสำคัญจากคลิปวิดีโอและภาพถ่าย
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประสานงานกับตำรวจเพื่อเร่งรัดคดี โดยพนักงานสอบสวนได้เชิญเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม รวมถึงประสานกำนันตำบลสุเทพและสมาคมชาวม้งตำบลสุเทพเข้าร่วมให้ข้อมูลและช่วยชี้ตัวบุคคลที่ปรากฏในหลักฐาน
หลักฐานจากคลิปวิดีโอและภาพถ่ายถือเป็นส่วนสำคัญในการระบุตัวผู้กระทำผิด โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ สามารถชี้ตัวบุคคลที่ปรากฏใบหน้าได้อย่างชัดเจนแล้ว 7 ราย การดำเนินการหลังจากนี้จะต้องตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลทั้งหมด ตลอดจนพิจารณาว่ามีผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนหรือผู้สั่งการอยู่เบื้องหลังหรือไม่
- พื้นที่เกิดเหตุ: บ้านม้งดอยปุย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่
- จำนวนต้นไม้ที่ถูกตัด: 15 ต้น
- จำนวนท่อนไม้ที่พบ: 46 ท่อน
- ต้นไม้สำคัญที่ได้รับผลกระทบ: ต้นนางพญาเสือโคร่ง ราชพฤกษ์ เหลืองอินเดีย และสนฉัตร
- ผู้ที่สามารถระบุตัวได้ในเบื้องต้น: 7 ราย
เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบพื้นที่และดำเนินคดี
กรมอุทยานแห่งชาติฯ เตรียมนำเจ้าหน้าที่อุทยาน พนักงานสอบสวน และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุร่วมกันอีกครั้ง เพื่อเก็บรายละเอียดและหลักฐานเพิ่มเติม การตรวจสอบอาจครอบคลุมตำแหน่งต้นไม้ที่ถูกตัด เครื่องมือที่ใช้ ร่องรอยการขนย้าย รวมถึงพยานแวดล้อมที่สามารถยืนยันลำดับเหตุการณ์ได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายอย่างถึงที่สุด โดยตำรวจภูธรภาค 5 ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการ เนื่องจากคดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน กรมอุทยานฯ จะติดตามความคืบหน้าและรายงานผลต่อเนื่องจนกว่ากระบวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จ
กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การช่วยปรับภูมิทัศน์หรือดูแลพื้นที่สาธารณะควรดำเนินการผ่านการประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่อย่างถูกต้องก่อนลงมือทุกครั้ง แม้ผู้ปฏิบัติบางรายอาจเข้าใจว่าได้รับอนุญาตแล้ว แต่การตัดต้นไม้ในพื้นที่คุ้มครองยังอาจมีความผิดตามกฎหมายได้
ประชาชนที่พบเห็นการตัดไม้หรือการบุกรุกพื้นที่ป่า ควรบันทึกข้อมูลอย่างปลอดภัยและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับคดีนี้ สังคมควรติดตามว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถขยายผลไปถึงผู้สั่งการได้หรือไม่ และควรสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส เพื่อให้การคุ้มครองผืนป่าดอยสุเทพเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา – เร่งล่าขบวนการตัดไม้ดอยสุเทพ ชัดแล้ว! ผู้กระทำผิด 7 ราย ขยายผลผู้สั่งการเบื้องหลัง


