เศรษฐกิจฟื้นช้าและการเมืองไม่นิ่งฉุดตลาดรับสร้างบ้าน 9 เดือน
เศรษฐกิจฟื้นช้า การเมืองไม่นิ่ง ฉุดตลาดรับสร้างบ้าน 9 เดือน
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ตลาดรับสร้างบ้านของไทยเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก จากข้อมูลของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ร่วมกับศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านลดลงถึง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า ความไม่แน่นอนทางการเมือง และกำลังซื้อของครัวเรือนที่ยังไม่กลับมาเต็มที่
ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้าน 9 เดือนแรก
มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 141,077 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีมูลค่า 163,882 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการสร้างบ้าน
การวิเคราะห์แยกตามพื้นที่พบว่า กรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีมูลค่าตลาดลดลงถึง 35% จาก 40,971 ล้านบาทในปี 2567 เหลือเพียง 26,805 ล้านบาทในปี 2568 ส่วนต่างจังหวัดแม้จะมีแนวโน้มดีกว่าแต่ก็ยังหดตัว 7% จาก 122,912 ล้านบาท เหลือ 114,272 ล้านบาท
สัญญาณบวกในไตรมาส 2 และ 3
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดจะยังติดลบ แต่ในไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2568 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่เป็นบวก โดยไตรมาส 2 มีมูลค่าการก่อสร้างบ้าน 45,167 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 48,200 ล้านบาทในไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 7%
เมืองรองขับเคลื่อนตลาดรับสร้างบ้าน
การฟื้นตัวของตลาดรับสร้างบ้านส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะในกลุ่มเมืองรอง ที่มีสัดส่วนการสร้างบ้านสูงถึง 81% ของตลาดรวม ซึ่งแตกต่างจากกรุงเทพฯ-ปริมณฑลที่มีสัดส่วนเพียง 19% นี่แสดงให้เห็นว่า กำลังซื้อหลักของตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันมาจากต่างจังหวัด ที่ยังมีความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองสูง
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการกระจายตัวของเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของคนไทยที่เริ่มหันมามองต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งในด้านค่าครองชีพที่ถูกลง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดรับสร้างบ้าน
การฟื้นตัวของตลาดรับสร้างบ้านนอกจากมาจากปัจจัยภายในของภาคอสังหาริมทรัพย์เอง ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภายนอกอีกหลายด้าน อาทิ
- การจัดงานอีเวนต์ – งานรับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2025 ที่จัดขึ้นประจำทุกปี ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่อบริษัทรับสร้างบ้านมาตรฐาน
- มาตรการภาษี – การลดหย่อนภาษีค่าก่อสร้างบ้าน (ล้านละหมื่น) ช่วยลดภาระภาษีให้กับผู้มีรายได้ประจำที่ต้องการสร้างบ้าน
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ – มาตรการต่างๆ เช่น คนละครึ่ง ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการสร้างบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่วัสดุก่อสร้างและค่าแรงเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้น
แนวโน้มตลาด Q4 ปี 2568
สำหรับไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการสร้างบ้าน คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงการขึ้นราคาของวัสดุก่อสร้างและค่าแรง จึงมีแนวโน้มจะตัดสินใจสร้างบ้านเร็วขึ้น
หากเศรษฐกิจมีเสถียรภาพและ GDP เติบโตใกล้ระดับ 2.5-3% ตลาดรับสร้างบ้านมีโอกาสเติบโตในระดับเลขตัวเดียว โดยจะมาจากกำลังซื้อหลักในต่างจังหวัดและครอบครัวที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านก็ต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ทั้งในด้านต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น แรงงานก่อสร้างที่ขาดแคลน และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ
สำหรับผู้บริโภคที่กำลังวางแผนจะสร้างบ้าน ควรพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งในด้านงบประมาณ ทำเลที่ตั้ง คุณภาพของผู้รับเหมา และความน่าเชื่อถือของบริษัทรับสร้างบ้าน ควรเลือกบริษัทที่มีมาตรฐาน มีผลงานจริง และสามารถส่งมอบบ้านได้ตามสัญญา
ในยุคที่เศรษฐกิจยังไม่แน่นอน การวางแผนการเงินให้รัดกุม และการเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การสร้างบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น
ที่มา – เศรษฐกิจฟื้นช้า การเมืองไม่นิ่ง ฉุดตลาดรับสร้างบ้าน 9 เดือน ติดลบ14%

