‘เศรษฐา’ ประกาศชัด ‘เลิกการเมือง’
เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยว่าตนเองได้ เลิกการเมือง อย่างเต็มตัวแล้ว หลังจากที่มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเข้าไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์ของเขา โดยระบุว่า “คุณเศรษฐาเป็นคนดีนะครับ ทำไมคุณเศรษฐายังอยู่กับเพื่อไทย…” ทำให้นายเศรษฐาตอบกลับด้วยข้อความสั้น ๆ ว่า “ผมเลิกการเมืองแล้วครับ” ซึ่งเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนถึงจุดยืนใหม่ของเขา
‘เศรษฐา’ ประกาศชัด ‘เลิกการเมือง’
การตัดสินใจของ “เศรษฐา” มาจากการทบทวนเส้นทางชีวิตหลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งใช้เวลาไม่นานก่อนจะถูกพลพรรคเสิร์ชพลิกพรรคทิ้งกลางทาง ในช่วงที่เขาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย งานของเขาก็ถูกมองข้าม หรือถูกตีความว่ามีความขัดแย้งกับแนวทางของพรรค จนทำให้เขาตัดสินใจ เลิกการเมือง และมองหาโอกาสใหม่ในเส้นทางอื่นแทน
ความหมายของการเลิกการเมืองของเศรษฐา
การประกาศว่า “เลิกการเมือง” ของนายเศรษฐานั้นไม่ใช่เพียงคำพูดธรรมดา แต่เป็นการวางจุดจบกับเส้นทางด้านการเมืองอย่างสิ้นเชิง เขากลายเป็นตัวอย่างหนึ่งของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่จะชี้ให้เห็นว่า การยอมแพ้เพื่อที่จะไปสู่เส้นทางที่ดีกว่า เป็นทางเลือกที่ไม่ควรอาย และผู้คนควรจะมองว่าเป็นความกล้าหาญมากกว่า
ทั้งนี้จากผลงานของเขาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเผชิญวิกฤต การจัดตั้งกองทุนพัฒนาสังคม และการนำนโยบายเพื่อประชาชนสู่การปฏิบัติจริง ต่างแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของ “นักธุรกิจที่ก้าวสู่การเมือง” อย่างแท้จริง แต่สุดท้าย เส้นทางนั้นกลับไม่อาจคู่ควรกับเขาได้อีกต่อไป
- เหตุผลในการเลิกการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
- ผู้คนมองเขาว่ามีกิเลสน้อย และเป็นผู้นำที่ใสสู้
- การกลับไปสู่ธรรมชาติของตนเองคือธุรกิจ
ดังนั้น “เลิกการเมือง” ของนายเศรษฐาจึงไม่ใช่การถอย แต่การก้าวไปในอีกก้าวหนึ่งที่ดูเหมาะสมกับตนเองมากกว่า เป็นการยอมรับว่าอุตสาหกรรมการเมืองในไทยยังห่างไกลจากความบริสุทธิ์ และถึงเวลาที่ผู้มีความสามารถจะเลือกวิธีที่จะมีส่วนช่วยประเทศโดยไม่ต้องมัววุ่นวายกับเวทีใด ๆ
การตัดสินใจครั้งนี้ของเขายังสะท้อนถึงการตอบโต้ความคาดหวังของประชาชนที่เคยมีต่อเขาอีกด้วย เพราะกฎหมายในบ้านเมืองยังคงรอคอยท่าทีใหม่ที่ไม่ใช่การเมืองเดิม ๆ และนั่นคือสิ่งที่เขายังเชื่อว่า ตนเองยังสามารถมีบทบาทสำคัญในรูปแบบของ “พลเมืองตัวอย่าง” มากกว่านักการเมืองไว้ในระบบเดิม
ในท้ายที่สุด การ เลิกการเมือง ของเศรษฐา แม้จะสร้างความเสียดายให้กับหลาย ๆ คน แต่ก็เป็นการเตือนใจว่าบางครั้งการ “หยุด” ก็คือการ “เริ่ม” ใหม่ในรูปแบบที่ดีกว่า และหวังว่าเขาจะสามารถใช้พลังในการพัฒนาสังคมในรูปแบบของการธุรกิจและองค์กรภาคประชาสังคมได้อย่างต่อเนื่อง
เพราะบางทีการเลิกไม่ใช่จบ แต่คือการหมุนใหม่