เหตุผลศาลยกฟ้อง ต้า เฟ็ดเฟ่ ปมฟ้องหุ้น 49%

คดีข้อพิพาทเรื่องสิทธิการถือหุ้น 49% ระหว่างนายลิขิต สิทธิพันธุ์ หรือ ต้า เฟ็ดเฟ่ กับบริษัท ชัยโสโร จำกัด และผู้เกี่ยวข้อง กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังศาลแพ่งมีนบุรีมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยศาลไม่ได้วินิจฉัยว่าฝ่ายใดเป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริง แต่พิจารณาจากรูปแบบและรายละเอียดของคำฟ้องเป็นสำคัญ

เหตุผลศาลยกฟ้อง ต้า เฟ็ดเฟ่ ปมฟ้องหุ้น 49%

เหตุผลศาลยกฟ้อง ต้า เฟ็ดเฟ่ ปมฟ้องหุ้น 49% ในคดีนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นว่าคำฟ้องของโจทก์มีความชัดเจนเพียงพอหรือไม่ ศาลเห็นว่าคำฟ้องนำเหตุผลทางกฎหมายหลายประการมาบรรยายรวมกัน แต่ไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าเหตุใดเป็นหลักสำคัญในการเรียกร้องสิทธิ จึงทำให้จำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อกล่าวหาและเตรียมแนวทางต่อสู้คดีได้อย่างชัดแจ้ง

เหตุผลศาลยกฟ้อง ต้า เฟ็ดเฟ่ ปมฟ้องหุ้น 49% คือคำฟ้องเคลือบคลุม

คดีนี้มีนายลิขิตเป็นโจทก์ ฟ้องบริษัท ชัยโสโร จำกัด นายกิตติศักดิ์ เวชประสาร หรือ ยัต ชัยโสโร และภรรยา โดยขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการโอนหุ้นทั้งหมดที่โจทก์เคยถืออยู่ในบริษัท และโอนไปยังจำเลยที่ 2 โจทก์อ้างว่า การลงลายมือชื่อในเอกสารเกิดจากการถูกหลอกให้เข้าใจว่าเป็นเอกสารรับเงินหรือเอกสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนตำแหน่งงาน ไม่ใช่เอกสารโอนหุ้น

นอกจากประเด็นการถูกหลอกแล้ว โจทก์ยังกล่าวอ้างว่า ขณะลงลายมือชื่อมีความผิดปกติทางจิตและอยู่ระหว่างการรักษา โดยจำเลยที่ 3 รับรู้ถึงอาการดังกล่าว แต่ยังชี้นำให้ลงนามในเอกสาร โจทก์จึงขอให้ศาลพิจารณาด้วยว่าการทำนิติกรรมเกิดขึ้นในช่วงที่ตนไม่สามารถจัดการผลประโยชน์ของตัวเองได้ตามปกติหรือไม่

ศาลมองข้ออ้างทางกฎหมายแตกต่างกัน

ศาลพิจารณาว่า ข้ออ้างเรื่องการสำคัญผิดกับข้ออ้างเรื่องการวิกลจริตเป็นคนละประเด็นกันโดยมีข้อเท็จจริงและผลทางกฎหมายแตกต่างกัน การสำคัญผิดหมายถึงผู้ทำนิติกรรมเข้าใจเอกสารหรือผลของการกระทำคลาดเคลื่อน จนแสดงเจตนาไม่ตรงกับความเข้าใจที่แท้จริง ขณะที่การทำนิติกรรมในขณะวิกลจริตเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจและความสามารถในการตัดสินใจในช่วงเวลาที่ลงนาม

ในคำฟ้อง โจทก์บรรยายเหตุทั้งสองลักษณะไว้พร้อมกัน แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจะใช้เหตุใดเป็นหลักในการขอให้ศาลเพิกถอนหรือทำลายนิติกรรม ขณะเดียวกัน คำขอบังคับกลับระบุเหตุสำคัญผิดเป็นหลัก ทำให้รายละเอียดในคำฟ้องไม่สอดคล้องกับคำขอท้ายฟ้อง

  • ข้ออ้างเรื่องการถูกหลอกเกี่ยวข้องกับความเข้าใจต่อเอกสารและเจตนาในการลงนาม
  • ข้ออ้างเรื่องความผิดปกติทางจิตเกี่ยวข้องกับความสามารถของผู้ลงนามในขณะทำนิติกรรม
  • การนำเหตุทั้งสองมารวมกันโดยไม่แยกให้ชัดเจนอาจทำให้คำฟ้องขาดความแน่นอน
  • คำขอท้ายฟ้องต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและฐานกฎหมายที่ยกขึ้นอ้าง

ฟ้องเคลือบคลุมหมายถึงอะไร

หลักเรื่องฟ้องเคลือบคลุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง กำหนดให้คำฟ้องต้องบรรยายสภาพแห่งข้อหา ข้อเท็จจริงที่เป็นหลักแห่งข้อหา และคำขอบังคับอย่างชัดเจน กล่าวโดยง่ายคือ โจทก์ต้องระบุให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างคู่ความคืออะไร จำเลยทำสิ่งใดอันเป็นการโต้แย้งสิทธิ และต้องการให้ศาลมีคำสั่งหรือบังคับในเรื่องใด

หากคำฟ้องใช้ถ้อยคำกำกวม วกวน บรรยายข้อเท็จจริงไม่เชื่อมโยงกับคำขอ หรือมีข้อกล่าวหาที่ขัดแย้งกันเองจนจำเลยไม่เข้าใจว่าจะต้องต่อสู้ในประเด็นใด ศาลอาจถือว่าคำฟ้องดังกล่าวเป็นฟ้องเคลือบคลุมได้ ผลคือศาลอาจไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นเนื้อหาสำคัญอื่นของคดี เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนคำฟ้องมีผลต่อการดำเนินกระบวนพิจารณา

คำพิพากษาคดีหุ้น 49% มีสาระสำคัญอย่างไร

สำหรับคดีนี้ ศาลเห็นว่าการบรรยายเหตุแห่งการโอนหุ้นมีความไม่ชัดเจน เพราะโจทก์นำเหตุสำคัญผิดและเหตุเกี่ยวกับสภาพจิตใจมารวมไว้ด้วยกัน แต่ไม่แสดงให้แน่ชัดว่าต้องการให้ศาลวินิจฉัยจากเหตุใดเป็นหลัก อีกทั้งคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทั้งหมดที่บรรยายมา

ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงวินิจฉัยว่าคำฟ้องเป็นฟ้องเคลือบคลุมตามกฎหมาย และพิพากษายกฟ้อง โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทอื่นต่อ พร้อมให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม และกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 10,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ

บทเรียนสำหรับการดำเนินคดีแพ่ง

คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดำเนินคดีแพ่งไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่าใครอาจได้รับความเสียหายหรือมีสิทธิในทรัพย์สินเท่านั้น แต่รูปแบบการจัดทำคำฟ้องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โจทก์ต้องเรียบเรียงข้อเท็จจริงให้เป็นลำดับ แยกเหตุทางกฎหมายแต่ละประเด็นให้ชัด และระบุคำขอท้ายฟ้องให้สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการให้ศาลบังคับ

โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับหุ้น เอกสารสัญญา หรือการโอนทรัพย์สิน หากมีข้ออ้างหลายประการ ควรแยกให้เห็นว่าแต่ละข้ออ้างมีข้อเท็จจริงรองรับอย่างไร และมีผลทางกฎหมายแบบใด ทั้งนี้ รายละเอียดของแต่ละคดีย่อมแตกต่างกัน ผู้ที่มีข้อพิพาทควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเอกสารและแนวทางดำเนินคดีอย่างรอบคอบ

สรุปแล้ว เหตุผลศาลยกฟ้อง ต้า เฟ็ดเฟ่ ปมฟ้องหุ้น 49% ไม่ได้อยู่ที่ศาลตัดสินชี้ขาดเรื่องความเป็นเจ้าของหุ้นโดยตรง แต่อยู่ที่ศาลเห็นว่าคำฟ้องมีข้ออ้างที่ไม่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกันจนเป็นฟ้องเคลือบคลุม เรื่องนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สำคัญว่า การนำเสนอข้อเท็จจริงและคำขอทางกฎหมายต้องชัดเจน เป็นระบบ และสัมพันธ์กันตั้งแต่ต้น

ที่มา – เปิดเหตุผลศาลยกฟ้อง ‘ต้า เฟ็ดเฟ่’ ปมฟ้องหุ้น 49% ชัยโสโร ชี้คำฟ้องเคลือบคลุม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *