เหตุผล 8 ข้อ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จ

สวัสดีครับชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีประเด็นฮอตฮิตที่หลายคนกำลังพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง นั่นคือกรณีที่ ป.ป.ช. ออกมติชี้ขาดว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รอดพ้นจากคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จในข้อหาซุกหุ้น แม้ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยไว้แล้ว แต่ทำไม ป.ป.ช. ถึงมองว่าไม่มีเจตนาปกปิดและไม่ใช้อำนาจเอื้อพวกพ้อง ล่าสุด อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา คุณวัส ติงสมิตร ได้โพสต์วิเคราะห์แบบเจาะลึกบนเฟซบุ๊ก โดยเปิดเหตุผล 8 ข้อ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จ ที่โลกต้องรู้ มาดูกันครับว่าบทเรียนกฎหมายนี้จะช่วยให้เราเข้าใจระบบตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองได้อย่างไร

อ่านข่าวต้นทาง: ป.ป.ช.แจงมติ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดซุกหุ้น ไร้เจตนาปกปิด

เหตุผล 8 ข้อ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จ

คุณวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระและอดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ได้ย้อนรอยข้อเท็จจริงและบรรทัดฐานกฎหมายอย่างละเอียด โดยมติ ป.ป.ช. ครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญในการแยกแยะระหว่าง “ความเป็นเจ้าของที่แท้จริง” กับ “เจตนาทุจริตทางอาญา” มาดูเหตุผล 8 ข้อ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จกันเลยครับ

เจาะลึกเหตุผลที่ทำให้ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จ

  1. นิติกรรมเสร็จสมบูรณ์ก่อนเข้ารับตำแหน่ง
    ป.ป.ช. ตรวจพบว่าการโอนสิทธิเงินลงทุนและชำระเงินในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นเสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 พร้อมจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกับนายทะเบียนอย่างถูกต้อง สิ่งสำคัญคือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่นายศักดิ์สยามจะเข้ารับตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ดังนั้นจึงไม่เข้าข่ายปกปิดทรัพย์สินในขณะยื่น
  2. ขาดพฤติการณ์การควบคุม (De Facto Control)
    ไม่มีหลักฐานว่านายศักดิ์สยามเข้าไปบริหารหรือควบคุมกิจการหลังโอนหุ้นให้บุตรชาย นายศุภวัฒน์ ซึ่งแสดงตนเป็นเจ้าของอย่างอิสระตามทะเบียน นี่คือหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าเป็นการโอนแบบ “ขาด” จริง ไม่ใช่การใช้ nominee หรือเชิดเพื่อปกปิด
  3. หลักความเชื่อโดยสุจริต (Good Faith Mistake)
    ด้วยนิติกรรมและการจดทะเบียนครบถ้วน นายศักดิ์สยามเชื่อโดยสุจริตว่าตนไม่มีกรรมสิทธิ์ในหุ้นอีกต่อไป ป.ป.ช. จึงสรุปว่าขาด “เจตนาทางอาญา” ในการยื่นบัญชี เพราะยื่นตามข้อมูลทะเบียนที่ปรากฏจริง ณ ขณะนั้น
  4. การยุติข้อพิพาทผ่านศาลยุติธรรม
    ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ถูกฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และจบด้วยสัญญาประนีประนอมในศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยนายศุภวัฒน์รับซื้อที่ดิน 323 ไร่ราคา 51.5 ล้านบาท ศาลรับยอมเพราะไม่ขัดกฎหมาย สะท้อนถึงการซื้อขายจริงเพื่อแก้ไขข้อพิพาทแพ่ง
  5. การแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
    หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อ 17 ม.ค. 2567 นายศักดิ์สยามใช้สิทธิทางศาลทันทีเพื่อทวงสิทธิคืน และเมื่อคดีสิ้นสุด ก็แจ้งปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ทันที แสดงเจตนาสุจริตชัดเจน
  6. ผลการตรวจสอบเชิงลึก (Substantive Review)
    ป.ป.ช. ตรวจทรัพย์สินที่ปรับปรุงใหม่ เช่น เงินจากขายที่ดิน พบว่ามีอยู่จริงและถูกต้อง ไม่มีที่มาอุตลุดหรือผิดปกติใดๆ
  7. การแยกแยะฐานความผิด (Legal Distinction)
    ศาลรัฐธรรมนูญดู “substance over form” สำหรับสถานะรัฐมนตรี แต่ ป.ป.ช. ดู “criminal intent” สำหรับคดีอาญา แม้เป็นเจ้าของหุ้นจริง แต่ไม่เท่ากับมีเจตนาปกปิด
  8. เงื่อนเวลาที่แตกต่าง (Timeline Override)
    คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกิดหลังยื่นบัญชีหลายครั้ง นายศักดิ์สยามจึงยื่นตามข้อเท็จจริงที่รู้ ณ เวลานั้น มติ ป.ป.ช. จึงไม่ขัดแย้ง

จากเหตุผล 8 ข้อ ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จนี้ เราจะเห็นว่ากฎหมายไทยให้ความสำคัญกับ “เจตนา” และ “ข้อเท็จจริง” อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ตีความแบบผิวเผิน สะท้อนถึงความโปร่งใสของ ป.ป.ช. ที่ยังตรวจจริยธรรมร้ายแรงต่อไป มุมมองนี้ช่วยให้สังคมเข้าใจว่าการเมืองต้องมีหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่ข่าวลือ คุณคิดอย่างไรกับมตินี้ครับ? คิดว่าศักดิ์สยามบริสุทธิ์จริงหรือยัง? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ! ติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองแบบเจาะลึกต่อไป

ที่มา – ‘อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา’ เปิดเหตุผล 8 ข้อ เหตุใด ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *