เห็นชอบปรับโครงสร้าง คกก. เสนอทบทวนมติ ครม. เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการนมโรงเรียน
เห็นชอบปรับโครงสร้าง คกก. เสนอทบทวนมติ ครม. เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการนมโรงเรียน
การบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการของเด็กนักเรียนไทย ล่าสุด คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนได้มีการประชุมและมีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กนักเรียนและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการ
ภายใต้การนำของ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 7/2568 ได้มีมติเห็นชอบหลักการในการปรับโครงสร้างคณะกรรมการสำคัญหลายตำแหน่ง
- เปลี่ยนเลขานุการคณะกรรมการ จากอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มาเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์
- เปลี่ยนประธานคณะอนุกรรมการบริหารกลาง จากอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มาเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์
- เปลี่ยนเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนระดับพื้นที่ จากผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ มาเป็นผู้แทนกรมปศุสัตว์
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการนมโรงเรียนมีความคล่องตัวและมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการควบคุมคุณภาพนมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกรมปศุสัตว์มีความรู้และประสบการณ์โดยตรงในด้านการเลี้ยงโคนมและการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์นม
การทบทวนมติคณะรัฐมนตรี
นอกจากการปรับโครงสร้างแล้ว คณะกรรมการยังมีมติเห็นชอบให้มีการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการบริหารจัดการนมโรงเรียน โดยเฉพาะมติสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ มติ ครม. เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 และมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นการต่อยอดจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 และมติเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552
การทบทวนมติดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของเด็กนักเรียนและเกษตรกรได้อย่างแท้จริง
เป้าหมายของการปรับโครงสร้างและทบทวนมติ ได้แก่
- ยกระดับคุณภาพนมที่ให้กับเด็กนักเรียน
- เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ
- ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน
- สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนม
- สร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมนมของประเทศ
ความคาดหวังจากประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
การปรับโครงสร้างคณะกรรมการและข้อเสนอการทบทวนมติ ครม. เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการนมโรงเรียน ได้รับความสนใจจากทั้งสื่อมวลชน นักวิชาการ และภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนม ที่ต่างหวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในอดีต
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและนักศึกษา อาทิ
- การพัฒนาสูตรนมให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น
- การควบคุมคุณภาพนมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
- การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายนมให้กับโรงเรียน
- การส่งเสริมการใช้นมจากฟาร์มโคนมในพื้นที่ใกล้เคียง
การเห็นชอบปรับโครงสร้าง คกก. เสนอทบทวนมติ ครม. เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการนมโรงเรียน ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนไทย และการส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างไร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตำแหน่งหรือหน่วยงาน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งหวังให้เด็กนักเรียนไทยได้รับนมที่มีคุณภาพ และให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถยืนหยัดและพัฒนาอุตสาหกรรมนมของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ที่มา – เห็นชอบปรับโครงสร้าง คกก. เสนอทบทวนมติ ครม. เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการนมโรงเรียน