เอกนิติ งัด บสย. ช่วยค้ำประกันปล่อยกู้ แก้สินเชื่อ
ปัญหาการขอสินเชื่อบ้านแล้วถูกปฏิเสธยังเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้ปานกลาง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และคนตัวเล็กที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แม้จะมีความสามารถในการผ่อนชำระ แต่ธนาคารยังต้องพิจารณาความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพราะกังวลเรื่องหนี้เสีย หรือ NPL ที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
จากสถานการณ์ดังกล่าว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยแนวทางช่วยเหลือประชาชนภายในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ภายใต้แนวคิด The Future of Sustainable Living โดยมุ่งแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและทำให้ประชาชนมีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านมากขึ้น
เอกนิติ งัด บสย. ช่วยค้ำประกันปล่อยกู้
แนวทาง เอกนิติ งัด บสย. ช่วยค้ำประกันปล่อยกู้ เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่กระทรวงการคลังเตรียมผลักดัน เพื่อช่วยลดความกังวลของธนาคารและสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ หากมีหน่วยงานเข้ามาช่วยค้ำประกันบางส่วน ธนาคารก็จะสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น และอาจเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้รับสินเชื่อมากกว่าเดิม
เอกนิติ งัด บสย. ช่วยค้ำประกันปล่อยกู้ แก้ปัญหาสินเชื่อ
การใช้กลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. จะช่วยเติมความมั่นใจให้แก่ผู้ปล่อยกู้ โดยเฉพาะกรณีผู้กู้มีหลักฐานรายได้ไม่ชัดเจน ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ หรือมีประวัติทางการเงินที่ต้องพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ การค้ำประกันไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ ผู้กู้ยังต้องผ่านเกณฑ์ด้านรายได้ ภาระหนี้ และความสามารถในการชำระเงินตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการ
กลไกช่วยลดอัตราปฏิเสธสินเชื่อ
กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ผลักดันแนวทางสำคัญเพื่อแก้ปัญหาอัตราปฏิเสธสินเชื่อ โดยพยายามสร้างสมดุลระหว่างการช่วยเหลือประชาชนกับการรักษาวินัยทางการเงิน นอกจากการให้ บสย. เข้ามาช่วยค้ำประกันแล้ว ยังมีการประสานงานกับสถาบันการเงินเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ซื้อบ้านหลังแรก
- ช่วยลดความเสี่ยงของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อ
- เพิ่มโอกาสให้ผู้กู้ที่มีรายได้ประจำและรายได้อิสระเข้าถึงเงินกู้
- สนับสนุนให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกมีทางเลือกมากขึ้น
- ช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เดินหน้าและเกิดการซื้อขายจริง
- ส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของประชาชน
โครงการบ้านคนละหลัง PLUS ช่วยคนตัวเล็ก
อีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจคือโครงการสินเชื่อ บ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยกลุ่มคนตัวเล็กและผู้มีรายได้น้อยให้มีโอกาสซื้อบ้านเป็นของตนเองง่ายขึ้น โครงการดังกล่าวมีเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษ และมุ่งตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่สอดคล้องกับรายได้
ผู้สนใจควรตรวจสอบรายละเอียดของโครงการให้รอบคอบ ทั้งวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ ค่าใช้จ่ายวันโอน และเงื่อนไขเกี่ยวกับรายได้ นอกจากนี้ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองเงินเดือน รายการเดินบัญชี และหลักฐานการประกอบอาชีพ เพื่อช่วยให้กระบวนการพิจารณาสินเชื่อรวดเร็วขึ้น
ผู้กู้ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนยื่นกู้
แม้มาตรการ เอกนิติ งัด บสย. ช่วยค้ำประกันปล่อยกู้ จะช่วยลดอุปสรรคบางส่วน แต่ผู้กู้ควรเตรียมความพร้อมทางการเงินด้วยตนเอง เริ่มจากสำรวจรายได้และค่าใช้จ่ายประจำ คำนวณภาระผ่อนบ้านให้ไม่สูงเกินไป และหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่ก่อนยื่นกู้ หากมีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล ควรจัดการยอดค้างชำระให้เรียบร้อย รวมถึงรักษาประวัติการชำระเงินให้ดี
ผู้กู้ควรเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร ไม่ควรเลือกจากอัตราดอกเบี้ยช่วงแรกเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูอัตราดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่น ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการรีไฟแนนซ์ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้รู้กำลังซื้อที่แท้จริง และลดความเสี่ยงจากการผ่อนบ้านไม่ไหวในอนาคต
โดยสรุป เอกนิติ งัด บสย. ช่วยค้ำประกันปล่อยกู้ ถือเป็นแนวทางที่อาจช่วยเปิดประตูสินเชื่อให้ประชาชนที่มีศักยภาพแต่ติดข้อจำกัดด้านหลักประกันหรือเกณฑ์ความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของมาตรการจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดการดำเนินงานและการคัดกรองผู้กู้ที่เหมาะสม หากประชาชนเตรียมเอกสาร วางแผนรายรับรายจ่าย และเลือกสินเชื่ออย่างรอบคอบ ก็จะเพิ่มโอกาสมีบ้านได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
ผู้ที่กำลังมองหาบ้านควรติดตามประกาศจากกระทรวงการคลัง บสย. ธอส. และธนาคารที่เข้าร่วมโครงการอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองก่อนตัดสินใจ เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่เพียงบ้านที่ซื้อได้ แต่ต้องเป็นบ้านที่ผ่อนได้อย่างสบายใจในระยะยาว
ที่มา – เอกนิติ งัด บสย. ช่วยค้ำประกันปล่อยกู้ แก้ปัญหาปฏิเสธสินเชื่อ