‘เอกนิติ’ ยันยังไม่ปรับเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% เคาะงบฯ70 ตามเดิม

ในวันที่ 22 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้แจงเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการเงินของรัฐบาล โดยยืนยันว่า ‘เอกนิติ’ ยันยังไม่ปรับเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% เคาะงบฯ70 ตามเดิม ซึ่งเป็นข่าวที่นักลงทุนและประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

‘เอกนิติ’ ยันยังไม่ปรับเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% เคาะงบฯ70 ตามเดิม

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน ร่วมด้วยหน่วยงานหลัก 4 แห่ง ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผลการประชุมเห็นชอบให้ยึดกรอบวงเงินเดิมตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 จำนวน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 7,400 ล้านบาท หรือ 0.2% จากปีงบประมาณ 2569

รายละเอียดงบประมาณปี 2570 และการคลังที่ยั่งยืน

สำหรับรายได้รัฐบาลสุทธิคาดการณ์ไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 79,400 ล้านบาท หรือ 2.7% จากปีก่อนหน้า ขณะที่เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลลดลงเหลือ 788,000 ล้านบาท ลดลง 72,000 ล้านบาท หรือ 8.4% สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับแผนการคลังระยะปานกลาง พ.ศ. 2570-2573 ที่ครม.อนุมัติเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2568 โดยยึดกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด หลังจากนี้ สำนักงบประมาณจะนำเสนอครม.อีกครั้งในวันที่ 28 เมษายน

การตัดสินใจไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75% ของ GDP ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะแสดงถึงความรับผิดชอบทางการเงินของรัฐบาล ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การยึดเพดานหนี้เดิมช่วยลดความเสี่ยงด้านหนี้สินในอนาคต และส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน

  • ประโยชน์ของการยึดงบเดิม: ช่วยควบคุมการขาดดุล ลดการพึ่งพาเงินกู้
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: สร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชน เพิ่มการลงทุน
  • แผนสำรอง: เตรียมจัดหาแหล่งเงินลงทุนเพิ่ม เช่น PPP เพื่อลดภาระงบประมาณ

นอกจากนี้ การเคาะงบประมาณปี 2570 ตามเดิมยังสะท้อนถึงนโยบายเศรษฐกิจที่สมดุล โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นการเติบโตผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริม SME และการฟื้นฟูหลังโควิด-19 หากรัฐบาลปรับเพดานหนี้ขึ้น อาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงจากองค์กร xếp hạngเครดิตระหว่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจมองว่า การตัดสินใจนี้เป็นก้าวสำคัญในการรักษาวินัยการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยมีฐานะการคลังที่แข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ดอกเบี้ยโลกกำลังปรับตัว นักลงทุนต่างชาติอาจมองไทยเป็นจุดหมายที่น่าสนใจมากขึ้น

สรุปแล้ว ‘เอกนิติ’ ยันยังไม่ปรับเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% เคาะงบฯ70 ตามเดิม เป็นนโยบายที่เน้นความยั่งยืน หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้สนใจเศรษฐกิจ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อวางแผนการเงินส่วนตัวให้ตรงกับทิศทางรัฐบาล คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – ‘เอกนิติ’ ยันยังไม่ปรับเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% เคาะงบฯ70 ตามเดิม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *