เอลนีโญจะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2570

สถานการณ์สภาพอากาศโลกกำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือดับเบิลยูเอ็มโอ เปิดเผยการคาดการณ์ว่า เอลนีโญจะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2570 โดยมีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะยืดเยื้อไปจนถึงช่วงเวลาดังกล่าว และอาจมีความรุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบในปี 2493

เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าค่าปกติ ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อการหมุนเวียนของบรรยากาศ กระแสลม และรูปแบบฝนในหลายพื้นที่ทั่วโลก เมื่อมหาสมุทรสะสมความร้อนมากขึ้น ผลกระทบที่ตามมาจึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงถึงสภาพอากาศในเอเชีย ออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา และภูมิภาคอื่น ๆ

เอลนีโญจะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2570 และอาจรุนแรงเป็นประวัติการณ์

ข้อมูลจากดับเบิลยูเอ็มโอระบุว่า ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณศูนย์กลางของปรากฏการณ์อาจสูงกว่าระดับปกติถึง 3.7 องศาเซลเซียส หากตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีการคาดการณ์หรือบันทึกไว้ และสูงกว่าสถิติเดิมที่ 2.6 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงเดือนมกราคม 2559 อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่องศาอาจดูไม่มากเมื่อมองจากชีวิตประจำวัน แต่สำหรับระบบมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ เพราะมหาสมุทรทำหน้าที่เก็บสะสมพลังงานความร้อน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความร้อนที่ถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้สภาพอากาศในหลายประเทศแปรปรวนและคาดเดาได้ยากกว่าเดิม

เอลนีโญจะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ส่งผลอย่างไรต่อโลก

น.ส.เซเลสเต เซาโล เลขาธิการดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าวว่า มหาสมุทรซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของเอลนีโญมีอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยตรวจวัดมา สถานการณ์นี้หมายความว่า ภายในมหาสมุทรมีความร้อนสะสมอยู่ในปริมาณมาก และอาจถูกปลดปล่อยออกมาในระดับที่สูงกว่าปกติ

ผลกระทบจากเอลนีโญอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค บางพื้นที่อาจเผชิญอากาศร้อนจัดและภัยแล้ง ขณะที่บางพื้นที่อาจมีฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือพายุที่รุนแรงขึ้น ความแปรปรวนดังกล่าวยังส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม แหล่งน้ำ สุขภาพของประชาชน ระบบสาธารณสุข และความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะชุมชนที่พึ่งพาฝนตามฤดูกาลหรือมีทรัพยากรสำหรับรับมือภัยพิบัติจำกัด

สำหรับประเทศไทย แม้ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและปัจจัยสภาพอากาศอื่นร่วมด้วย แต่ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง พื้นที่เกษตรควรวางแผนการใช้น้ำและเลือกช่วงเพาะปลูกให้เหมาะสม ส่วนคนทั่วไปควรเตรียมรับมือกับอากาศร้อน ฝุ่นควัน ฝนตกหนักแบบฉับพลัน และความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มขึ้น

ผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และชีวิตประจำวัน

นักวิจัยจากองค์กรไคลเมท อิมแพค แลป แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยประเมินว่า ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในปีนี้อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตส่วนเกินทั่วโลกสูงถึง 451,000 ราย ในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ที่สะท้อนความเสี่ยงในภาพรวม โดยเชื่อมโยงกับอากาศร้อนจัด โรคที่มากับความร้อน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาผลผลิตทางการเกษตร และผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะได้รับผลกระทบเท่ากัน หรือเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด ความรุนแรงของผลกระทบยังขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมของแต่ละประเทศ การบริหารจัดการน้ำ ระบบแจ้งเตือนภัย และความสามารถในการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง

  • ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานทางการ
  • วางแผนสำรองน้ำและตรวจสอบอุปกรณ์จำเป็นในช่วงอากาศร้อนหรือภัยแล้ง
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุด
  • ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเป็นพิเศษ
  • เกษตรกรควรวางแผนเพาะปลูกและใช้น้ำตามข้อมูลสภาพอากาศล่าสุด

การที่ เอลนีโญจะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2570 จึงเป็นสัญญาณให้ทุกฝ่ายเตรียมตัวมากกว่าการตื่นตระหนก ประชาชนสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการติดตามข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ปรับแผนการใช้ชีวิต และร่วมกันประหยัดทรัพยากร ขณะเดียวกัน ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งสื่อสารข้อมูลที่เข้าใจง่าย พร้อมวางมาตรการช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

มุมมองสำคัญคือ แม้เราไม่สามารถควบคุมปรากฏการณ์ธรรมชาติได้ แต่เราสามารถลดความเสียหายด้วยการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ยิ่งข้อมูลถูกส่งต่ออย่างถูกต้องและรวดเร็วมากเท่าไร ชุมชนก็ยิ่งมีโอกาสรับมือกับความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม และผลกระทบด้านสุขภาพได้ดีขึ้นเท่านั้น

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ที่มา – ดับเบิลยูเอ็มโอชี้ “เอลนีโญ” จะคงอยู่ถึงก.พ. 2570 คาดรุนแรงสุดในรอบ 76 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *