แกร็บต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมด้วยพลังดิจิทัล
แกร็บต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมด้วยพลังดิจิทัล กลายเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงเสน่ห์ของประเทศไทยเข้ากับผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย แหล่งท่องเที่ยว งานศิลปะ เทศกาล สินค้าชุมชน หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ทุกองค์ประกอบล้วนมีคุณค่าและสามารถพัฒนาให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจได้ โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้เรื่องราวเหล่านี้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย รวดเร็ว และกว้างขวางมากขึ้น
ภายในงาน GrabNEXT 2026 แกร็บ ประเทศไทย ได้นำเสนอแนวคิดการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสนับสนุนวัฒนธรรมไทย พร้อมชี้ให้เห็นว่าเสน่ห์ของประเทศไทยเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การเดินทางของนักท่องเที่ยวไม่เพียงสร้างความประทับใจ แต่ยังช่วยกระจายรายได้ไปยังร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย คนขับรถ ชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นในหลายพื้นที่
แกร็บต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมด้วยพลังดิจิทัล
แกร็บใช้ความแข็งแกร่งของระบบนิเวศดิจิทัลเชื่อมโยงผู้คนกับประสบการณ์แบบไทยผ่านบริการต่าง ๆ เช่น การสั่งอาหาร การเดินทาง และการซื้อสินค้า โดย GrabFood มีออเดอร์รวมกว่า 2.2 หมื่นล้านบาทใน 7 ประเทศในปี 2568 ขณะที่การอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงปี 2566-2568 ช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศไทยถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มสามารถเป็นมากกว่าช่องทางให้บริการ แต่ยังเป็นเครื่องมือผลักดันเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยไปพร้อมกัน
5 แนวทางสำคัญภายใต้กลยุทธ์ T.A.S.T.E
แนวคิด T.A.S.T.E เป็นกรอบการทำงานที่ช่วยให้การนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดมีทิศทางชัดเจน โดยครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว อาหาร ผู้ประกอบการ และสินค้าไทย ดังนี้
- T – Travel: พาผู้คนไปค้นพบแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรียนรู้เรื่องราวของชุมชน และสัมผัสวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์
- A – Awake: เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความเป็นไทยผ่านเทศกาล ศิลปะร่วมสมัย งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
- S – Support: สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมช่วยให้สินค้าชุมชนเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น
- T – Transform: เพิ่มโอกาสให้แบรนด์ไทยพัฒนาสินค้า บริการ และเรื่องราวของแบรนด์ เพื่อเติบโตในระดับประเทศและภูมิภาค
- E – Elevate: ยกระดับอาหารไทยจากทุกภูมิภาคให้เป็นที่รู้จัก พร้อมส่งเสริมมาตรฐานและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก
ในมิติของอาหาร เมนูไทยที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติยังคงเป็นเมนูที่คุ้นเคยและสะท้อนรสชาติแบบไทยได้อย่างชัดเจน เช่น ผัดกะเพรา ข้าวผัด และผัดไทย เมนูเหล่านี้มีทั้งความหอม รสชาติกลมกล่อม และปรับระดับความเผ็ดได้ตามความชอบ จึงกลายเป็นประตูสำคัญที่ทำให้คนต่างชาติรู้จักอาหารไทยมากขึ้น เมื่อผู้บริโภคสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ร้านอาหารไทยก็มีโอกาสนำเสนอเมนูและเรื่องราวของตัวเองแก่ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ
ทุนทางวัฒนธรรมสร้างโอกาสให้ชุมชน
วัฒนธรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังอยู่ในอาหารพื้นถิ่น ลวดลายผ้า งานฝีมือ สูตรอาหาร และวิถีชีวิตของผู้คน การนำสิ่งเหล่านี้มาสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีพื้นที่แสดงตัวตนมากขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้าก็สามารถค้นพบสินค้าและบริการที่มีเอกลักษณ์ได้สะดวกกว่าเดิม
กระทรวงวัฒนธรรมมองว่าวัฒนธรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยรายได้จากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่ากว่า 1.63 ล้านล้านบาท แนวทางสำคัญคือการส่งเสริมให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำเอกลักษณ์กับภูมิปัญญาไทยมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงมีบทบาทอย่างมาก เพราะภาครัฐมีความเข้าใจด้านนโยบายและวัฒนธรรม ส่วนภาคเอกชนมีเทคโนโลยี ฐานผู้ใช้งาน และความเชี่ยวชาญด้านการตลาด เมื่อทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกัน จะช่วยเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เข้าถึงง่าย และต่อยอดเป็นรายได้ที่กระจายไปยังผู้คนในห่วงโซ่เศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
อาหารไทยและแบรนด์ไทยสู่ตลาดสากล
ตัวอย่างจากผู้ประกอบการร้านอาหารไทยอย่าง Khao-Sō-i และ Emily’s สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ท้องถิ่นสามารถเติบโตสู่ต่างประเทศได้ หากมีการวางแผนธุรกิจ พัฒนามาตรฐาน และเล่าเรื่องราวของแบรนด์ให้ผู้บริโภคเข้าใจ การใช้ดิจิทัลช่วยให้ร้านอาหารสามารถสร้างการรับรู้ ทดลองตลาด และเชื่อมต่อกับลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการลงทุนขนาดใหญ่เสมอไป
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการใช้วัฒนธรรมสร้างมูลค่า ควรเริ่มจากการค้นหาจุดเด่นของสินค้าและบริการ จากนั้นพัฒนาเรื่องราวให้ชัดเจน ใช้ภาพและเนื้อหาที่สื่อสารง่าย รวมถึงรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ การนำเสนอความเป็นไทยไม่จำเป็นต้องทำให้ดูเก่า แต่สามารถผสมผสานดีไซน์ร่วมสมัย ความสะดวก และเทคโนโลยี เพื่อให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
โดยสรุป แกร็บต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมด้วยพลังดิจิทัล แสดงให้เห็นว่าการรักษาเอกลักษณ์ไทยสามารถเดินไปพร้อมกับการสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่วัฒนธรรม แต่ช่วยขยายเสียงของชุมชน ร้านอาหาร และแบรนด์ไทยให้ไปไกลกว่าเดิม หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาอย่างจริงจัง วัฒนธรรมไทยก็มีศักยภาพที่จะเป็นทั้งความภาคภูมิใจและพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต
ผู้ประกอบการและชุมชนที่มีสินค้าหรือเรื่องราวน่าสนใจควรเริ่มต้นใช้ช่องทางดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ เพราะโอกาสในการพาเสน่ห์ไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลกอาจเริ่มต้นจากการสื่อสารเล็ก ๆ วันนี้
ที่มา – “แกร็บ” ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมด้วยพลังดิจิทัล เผย”ผัดกะเพรา-ข้าวผัด-ผัดไทย”เมนูไทยครองใจต่างชาติ



