แก๊งลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมพิษ ทำชาวบ้านป่วย
กรณี แก๊งลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมพิษ ในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว กำลังสร้างความกังวลให้กับชาวบ้านอย่างมาก หลังพบของเหลวสีขุ่นข้นคล้ายสารเคมีถูกนำมาทิ้งในบ่อที่คลุมด้วยพลาสติก และส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินเพื่อหาชนิดของสารปนเปื้อนอย่างละเอียด
เหตุการณ์นี้ถูกพบระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังผลักดันช้างป่าในช่วงกลางดึก โดยบ่อดังกล่าวมีขนาดประมาณ 5 เมตร และอยู่ในพื้นที่ดินเอกชน จุดที่พบกากอุตสาหกรรมครั้งนี้อยู่ใกล้กับบริเวณที่เคยมีประวัติลักลอบนำขยะสายไฟบดย่อยมาทิ้ง จึงทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดทิ้งของเสียอย่างต่อเนื่อง
แก๊งลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมพิษ สร้างผลกระทบต่อชุมชน
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เก็บตัวอย่างน้ำผิวดินบริเวณที่พบของเหลวคล้ายคราบน้ำมัน เพื่อนำไปส่งตรวจที่ศูนย์เตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 30 วัน ผลตรวจดังกล่าวมีความสำคัญต่อการประเมินว่า ของเหลวที่พบเป็นสารเคมีชนิดใด มีระดับความเป็นอันตรายมากน้อยเพียงใด และอาจส่งผลกระทบต่อดิน แหล่งน้ำ หรือสุขภาพของประชาชนในระยะยาวหรือไม่
นายสมบัติ แซ่อึ้ง กำนันตำบลสระขวัญ เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุเพิ่งถูกค้นพบประมาณ 3 วันก่อนหน้า ภายในบ่อพบกากอุตสาหกรรมชนิดใหม่ที่มีลักษณะเป็นของเหลวขุ่นข้นและมีกลิ่นเหม็นฉุนอย่างรุนแรง กลิ่นดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนมากกว่าจุดที่เคยพบการลักลอบทิ้งกองขยะสายไฟบดย่อยในพื้นที่ก่อนหน้านี้ ทำให้ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังและเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบโดยเร็ว
แก๊งลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมพิษ กับเสียงสะท้อนจากผู้ได้รับผลกระทบ
นายวีระศักดิ์ เวชศรี อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงประมาณ 50 เมตร เล่าว่า หลังเดินทางไปทำสวนต่างจังหวัดนานร่วมเดือน เมื่อกลับมาพบว่ามีผู้ลักลอบนำสารเคมีมาทิ้งใกล้บ้าน กลิ่นเหม็นรุนแรงทำให้เกิดผื่นคัน หายใจแสบ และรู้สึกแน่นหน้าอก จนไม่สามารถพักอาศัยอยู่ในบ้านได้ตามปกติ
ด้วยความกังวลด้านสุขภาพ นายวีระศักดิ์และภรรยาจึงต้องย้ายไปพักบ้านญาติซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 14 กิโลเมตร เป็นเวลานานกว่า 2 เดือน แม้จะย้ายออกจากพื้นที่แล้ว แต่ยังต้องเดินทางกลับมาให้อาหารสัตว์เลี้ยงทุก 3 วัน ทำให้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากกลิ่นและสารปนเปื้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบจากการลักลอบทิ้งของเสียไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะจุดที่พบกากอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อที่อยู่อาศัย สุขภาพ และความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ
สำหรับแนวทางรับมือในเบื้องต้น ชาวบ้านควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บ่อหรือสัมผัสของเหลวที่พบ รวมถึงไม่ควรสูบน้ำจากบริเวณใกล้เคียงมาใช้จนกว่าจะมีผลตรวจยืนยันจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากมีกลิ่นผิดปกติหรือมีอาการทางสุขภาพ ควรออกจากพื้นที่และพบแพทย์ พร้อมแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกากอุตสาหกรรมและของเหลวที่ไม่ทราบชนิด
- ปิดประตูหน้าต่างหากกลิ่นลอยเข้าบ้าน และสวมหน้ากากเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน
- บันทึกภาพ จุดเกิดเหตุ วันเวลา และอาการผิดปกติ เพื่อเป็นหลักฐาน
- แจ้งหน่วยงานท้องถิ่น ตำรวจ หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเมื่อพบการลักลอบทิ้ง
ล่าสุด นายวีระศักดิ์ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำสารพิษมาทิ้ง โดยยืนยันว่าที่ดินเกิดเหตุทั้ง 2 จุดเป็นของญาติที่ย้ายไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ และไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
กรณีแก๊งลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมพิษครั้งนี้ควรได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว เพราะชุมชนมีสิทธิ์ได้รับรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสารเคมี ความเสี่ยงต่อสุขภาพ และแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยเกี่ยวกับการขนย้ายหรือทิ้งของเสีย อย่านิ่งเฉย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อช่วยกันป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามและไม่ให้ชาวบ้านต้องย้ายออกจากบ้านของตัวเองอีก
ที่มา – โผล่อีก! แก๊งลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมพิษ ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งทำชาวบ้านป่วยต้องหนีตาย

