แฉเล่ห์ท่าข้าว หักค่าความชื้นและค่าเหยียบเบรก
ประเด็น แฉเล่ห์ท่าข้าว หักค่าความชื้นและค่าเหยียบเบรก กำลังได้รับความสนใจจากชาวนาในจังหวัดอุทัยธานี หลังเกษตรกรสะท้อนปัญหาการนำข้าวเปลือกไปขายแล้วต้องเผชิญกับรายการหักค่าใช้จ่ายหลายประเภท ทั้งค่าความชื้น ค่าสิ่งเจือปน และค่าเหยียบเบรก ซึ่งอาจทำให้เงินที่ได้รับจริงลดลงจากราคาที่คาดหวังไว้
นายสันทัด วัฒนกูล ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ข้าว อำเภอทัพทัน เปิดเผยว่า ชาวนาหลายรายต้องนำผลผลิตไปขายทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพราะไม่มีลานตากหรือพื้นที่จัดเก็บข้าวเป็นของตัวเอง อีกทั้งยังมีภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงมีอำนาจต่อรองกับผู้รับซื้อค่อนข้างจำกัด สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกษตรกรต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบระบบรับซื้ออย่างจริงจัง
แฉเล่ห์ท่าข้าว หักค่าความชื้นและค่าเหยียบเบรก
คำว่า “ค่าเหยียบเบรก” โดยทั่วไปหมายถึงเงินที่โรงสีหรือผู้รับซื้อจ่ายให้คนขับรถบรรทุกหรือผู้ที่นำข้าวมาส่ง เพื่อจูงใจให้เลือกนำผลผลิตมายังจุดรับซื้อแห่งนั้น อย่างไรก็ตาม มีข้อร้องเรียนว่าบางกรณีค่าใช้จ่ายดังกล่าวถูกนำมาหักออกจากเงินค่าข้าวของเกษตรกร ทั้งที่ชาวนาบางรายยังต้องจ่ายค่าขนส่งให้รถบรรทุกอีกประมาณตันละ 100-150 บาท
นอกจากค่าเหยียบเบรกแล้ว ยังมีการหักค่าสิ่งเจือปนในอัตราประมาณตันละ 2 ถัง รวมถึงการหักค่าความชื้นตามคุณภาพของข้าวเปลือก เกษตรกรจึงอยากเห็นรายละเอียดการคำนวณที่ชัดเจน ตั้งแต่การตรวจคุณภาพ การชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงราคาสุทธิที่ได้รับ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าการหักเงินแต่ละรายการมีหลักเกณฑ์และความจำเป็นอย่างไร
แฉเล่ห์ท่าข้าว หักค่าความชื้นและค่าเหยียบเบรก กระทบชาวนาอย่างไร
หัวใจสำคัญของปัญหาอยู่ที่ความโปร่งใส หากผู้ขายไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะถูกหักค่าใช้จ่ายรายการใดบ้าง ก็อาจทำให้ตัดสินใจขายจากราคาหน้าป้ายโดยไม่ได้เห็นราคาสุทธิจริง การตรวจสอบเครื่องชั่งจึงเป็นอีกประเด็นที่สำคัญ เพราะน้ำหนักข้าวที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย เมื่อคำนวณในปริมาณมากก็อาจส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อป้องกันความเสียหาย ชาวนาควรขอเอกสารหรือใบชั่งน้ำหนักที่ระบุข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน เช่น น้ำหนักก่อนหัก น้ำหนักหลังหัก ค่าความชื้น ค่าสิ่งเจือปน ราคาต่อตัน และยอดเงินสุทธิ นอกจากนี้ควรเปรียบเทียบราคารับซื้อจากหลายท่าข้าวหรือโรงสี รวมทั้งสอบถามเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนนำผลผลิตไปขาย
- ตรวจสอบเครื่องชั่งและขอใบชั่งน้ำหนักทุกครั้ง
- สอบถามเกณฑ์ค่าความชื้นและสิ่งเจือปนก่อนตกลงขาย
- ขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร
- เปรียบเทียบราคาสุทธิจากผู้รับซื้อหลายราย
- รวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและแลกเปลี่ยนข้อมูล
ด้านราคาข้าวขาวคุณภาพดีในพื้นที่ตำบลทัพทัน มีรายงานว่าอยู่ที่ประมาณตันละ 9,000-9,500 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ชาวนาพอใจและต้องการให้ทรงตัว อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังจับตาความเคลื่อนไหวของราคาจากแต่ละท่าข้าวและโรงสี เนื่องจากมีข้อสังเกตว่าราคารับซื้อในหลายแห่งใกล้เคียงกัน
ขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตยังเป็นภาระสำคัญของชาวนา ทั้งค่าเตรียมดิน เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมี ค่าเก็บเกี่ยว และน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีต้นทุนเฉลี่ยราวไร่ละ 6,000 บาท เกษตรกรบางรายจึงปรับวิธีเตรียมดิน จากเดิมไถดะและไถแปรรวม 4 ครั้ง เหลือ 2 ครั้ง ก่อนปรับพื้นที่และหว่านเมล็ดพันธุ์ วิธีนี้ช่วยลดค่าไถได้ประมาณไร่ละ 600 บาท หากมีพื้นที่ 25 ไร่ จะประหยัดต้นทุนได้ราว 15,000 บาทต่อฤดูกาล
กรณีนี้สะท้อนว่าเกษตรกรไม่ได้ต้องการเพียงราคาข้าวที่สูงขึ้น แต่ยังต้องการระบบซื้อขายที่เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และมีข้อมูลครบถ้วน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานีจึงควรพิจารณาลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานเครื่องชั่ง รวมถึงแนวทางการหักค่าใช้จ่ายของท่าข้าวต่าง ๆ หากทุกฝ่ายเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดข้อขัดแย้งระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายได้
สำหรับชาวนา การรวมกลุ่มและเก็บหลักฐานการซื้อขายอย่างสม่ำเสมอเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มพลังต่อรองได้ ส่วนผู้รับซื้อเองก็ควรแสดงรายละเอียดราคาและค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เพราะความโปร่งใสคือพื้นฐานของตลาดข้าวที่ยั่งยืน หากพบความผิดปกติ ควรรวบรวมหลักฐานและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำและตรวจสอบต่อไป
ที่มา – แฉเล่ห์ท่าข้าว! หักค่าความชื้น-สิ่งเจือปน ซ้ำเก็บค่าเหยียบเบรก วอนพาณิชย์ตรวจสอบ

