แฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ปมผู้ถือหุ้นไขว้
แฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน กำลังกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง หลังนายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับประชาชนจำนวน 1 ล้านหลังคาเรือน วงเงินรวมประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกบริษัทติดตั้ง เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ และส่วนต่างราคาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการติดตั้งทั่วไปกับการติดตั้งผ่านโครงการของรัฐ
โครงการดังกล่าวมีแนวคิดเพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินประมาณ 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนมองว่า แม้นโยบายจะฟังดูเป็นประโยชน์ แต่รายละเอียดในการดำเนินงานยังมีข้อสงสัยหลายด้าน โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขที่อาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กไม่สามารถเข้าร่วมได้อย่างเท่าเทียม
แฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พบข้อสงสัยบริษัทผู้ติดตั้ง
นายศุภโชติระบุว่า ในช่วงแรกมีบริษัทที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการประมาณ 600 ราย แต่ภายหลังมีการกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องวางหลักประกันรวมกว่า 6 หมื่นบาทต่อหลังคาเรือน ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากถอนตัว เนื่องจากไม่สามารถรับภาระความเสี่ยงทางการเงินได้ เหลือบริษัทที่สามารถรับงานต่อเพียงประมาณ 100 กว่ารายเท่านั้น
ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามเพิ่มเติมคือ เมื่อตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ยังอยู่ในระบบ พบว่ากว่า 60 บริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน ขณะที่การตรวจสอบรายชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้นพบว่า มีบริษัทมากกว่า 120 แห่งที่มีชื่อบุคคลหรือนามสกุลเดียวกันปรากฏซ้ำ และอาจมีลักษณะการถือหุ้นไขว้กัน ข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า บริษัทจำนวนมากอาจเชื่อมโยงกัน หรือถูกจัดตั้งเป็นบริษัทย่อยเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการที่ดูเหมือนมีการแข่งขันสูง
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วนต่างราคาและเงินสนับสนุน
อีกประเด็นสำคัญในการแฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน คือข้อสงสัยเรื่องราคาติดตั้ง นายศุภโชติเปรียบเทียบว่า การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในตลาดทั่วไปสำหรับอุปกรณ์และแบรนด์ใกล้เคียงกัน อาจมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาทบวกลบ แต่ราคาที่กำหนดผ่านหน่วยงานรัฐวิสาหกิจถูกตั้งไว้ราว 1.4 แสนบาท จึงเกิดคำถามว่าส่วนต่างประมาณ 3-4 หมื่นบาทต่อหลังคาเรือนไปอยู่ที่ใคร
เมื่อรวมเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอีก 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ประชาชนจึงต้องการคำอธิบายอย่างชัดเจนว่า เงินจำนวนนี้ถูกนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง มีการจ่ายให้บริษัทติดตั้ง ผู้รับเหมาช่วง หรือผู้เกี่ยวข้องรายใด และมีระบบตรวจสอบป้องกันการเรียกเก็บเงินเกินจริงหรือไม่ พรรคประชาชนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลสัญญา ราคากลาง รายชื่อบริษัท และโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบได้
- เปิดเผยรายชื่อบริษัทและผู้มีอำนาจควบคุมอย่างโปร่งใส
- ชี้แจงหลักเกณฑ์การกำหนดราคาติดตั้งและเงินสนับสนุน
- ตรวจสอบความเชื่อมโยงของบริษัทที่มีที่อยู่หรือผู้ถือหุ้นซ้ำกัน
- วางมาตรการช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าร่วมได้จริง
- รายงานผลการใช้เงินกู้ต่อประชาชนเป็นระยะ
นอกจากเรื่องบริษัทและราคาแล้ว ยังมีข้อกังวลว่าโครงการพลังงานขนาดใหญ่ควรสร้างประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไทยมากกว่าการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ พรรคประชาชนเสนอให้ภาครัฐใช้โอกาสนี้พัฒนาผู้ประกอบการไทยในด้าน Smart Grid มิเตอร์อัจฉริยะ ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและโซเดียมไอออน ซึ่งมีงานวิจัยและศักยภาพอยู่ในมหาวิทยาลัยไทยหลายแห่ง
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการใช้เงินกู้ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2570 อาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญ เพราะหน่วยงานรัฐอาจเร่งรัดการใช้เงินจนไม่มีเวลาออกแบบระบบสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นขั้นตอน หากโครงการมุ่งเน้นเพียงการติดตั้งให้ครบตามจำนวน โดยไม่สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในประเทศ ผลประโยชน์ระยะยาวก็อาจไม่ตกอยู่กับประชาชนหรือธุรกิจไทยเท่าที่ควร
ด้านพรรคประชาชนยืนยันว่าจะติดตามตรวจสอบโครงการต่อเนื่อง และอาจนำประเด็นดังกล่าวไปใช้ในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือการทำงานของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ขณะที่รัฐบาลควรชี้แจงด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงยืนยันว่าโครงการไม่มีการล็อกโควตาหรือไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
สรุปแล้ว แฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนเป็นเรื่องไม่ดี แต่สะท้อนว่าการใช้เงินกู้จำนวนมหาศาลต้องมาพร้อมความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มค่าที่สุด รัฐบาลควรเปิดข้อมูลทุกขั้นตอนเพื่อคลายข้อสงสัยเรื่องบริษัทผู้ถือหุ้นไขว้ ราคาติดตั้ง และส่วนต่างที่ถูกกล่าวถึง หากประชาชนได้รับคำตอบอย่างชัดเจน โครงการก็จะเดินหน้าต่อได้อย่างมีความน่าเชื่อถือและเกิดประโยชน์จริง
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการพลังงานสะอาดควรเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ ราคา และโอกาสทางธุรกิจ การเปิดข้อมูลอย่างละเอียดและการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระจะช่วยให้สังคมมั่นใจว่าเงินทุกบาทถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาค่าไฟและพัฒนาเศรษฐกิจไทย ไม่ใช่สร้างภาระหรือผลประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม
ที่มา – ปชน. แฉกลโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พบ 120 บริษัทผู้ถือหุ้นไขว้ เสี่ยงหักหัวคิว 3 หมื่นต่อหลัง

