แบงก์ชาติจีนซื้อคืนพันธบัตร 2.6 ล้านล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง
ธนาคารกลางจีนหรือพีบีโอซี (PBOC) ได้ประกาศดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรในวงเงิน 2.6 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 370,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจและตลาดการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
แบงก์ชาติจีนซื้อคืนพันธบัตร 2.6 ล้านล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง
ขั้นตอนนี้มีกำหนดระยะเวลา 182 วัน และจะดำเนินการโดยใช้วิธีการเสนอราคาหลายราคา รวมถึงการใช้แนวทาง “ปริมาณคงที่ อัตราดอกเบี้ยคงที่” ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ตลาดสามารถคาดเดาจำนวนเงินที่จะฉีดและราคาที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ
นายหวัง ชิง นักวิเคราะห์มหภาคอาวุโสจากบริษัทโกลเดน เครดิต เรตติ้ง ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อฉีดสภาพคล่องให้แก่ตลาด ช่วยลดแรงกดดันด้านการเงิน และสร้างเสถียรภาพในความคาดหวังของนักลงทุนและสถาบันการเงินต่างๆ
ความสำคัญของการซื้อคืนพันธบัตร
การดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรแบบย้อนกลับโดยตรง (Outright reverse repo) เป็นเครื่องมือใหม่ที่ธนาคารกลางจีนเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม 2567 โดยวัตถุประสงค์คือเพื่อควบคุมสภาพคล่องในระบบธนาคารแห่งชาติอย่างตรงจุด
- บริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ
- เพิ่มความโปร่งใสด้านนโยบายการเงิน
- สร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน
การดำเนินการนี้จะเกิดขึ้นเดือนละครั้ง โดยมีระยะเวลานานไม่เกินหนึ่งปี และจะเป็นการเสริมกลยุทธ์ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ เช่น การขายคืนชั่วคราว, การขายคืนย้อนกลับชั่วคราว และการซื้อขายพันธบัตรกระทรวงการคลัง เพื่อปรับปรุงวงจรการเงินให้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้การป้อนสภาพคล่องผ่านการซื้อคืนพันธบัตรในวงเงินมหาศาลของธนาคารกลางจีน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพการเงินและส่งเสริมเศรษฐกิจในช่วงที่เผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ
จากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์หลายคน เห็นว่ามาตรการเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและการค้าซึ่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
หากคุณติดตามข่าวเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด การเข้าใจบทบาทของธนาคารกลางในประเทศต่างๆ เช่น จีน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้คุณวางแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสม
ที่มา – แบงก์ชาติจีนซื้อคืนพันธบัตร 2.6 ล้านล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง