แปดริ้วเร่งระบายน้ำท่วมขัง
แปดริ้วเร่งระบายน้ำท่วมขัง
จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือแปดริ้ว เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมขังอย่างเร่งด่วน หลังหลายพื้นที่มีน้ำสะสมและการระบายเป็นไปอย่างล่าช้า โดยวันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและกำกับแผนระบายน้ำในจุดสำคัญ เพื่อเร่งนำน้ำออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัยลงสู่แม่น้ำบางปะกง
มาตรการครั้งนี้เน้นการทำงานให้เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งการสูบน้ำจากคลองธรรมชาติ การผันน้ำเข้าสู่คลองชลประทาน และการระบายผ่านประตูน้ำลงแม่น้ำบางปะกง จังหวัดเตรียมระดมเครื่องสูบน้ำประมาณ 30 เครื่องไปติดตั้งในพื้นที่ที่มีความจำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนในหลายตำบล
แปดริ้วเร่งระบายน้ำท่วมขังด้วยเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง
จุดแรกอยู่บริเวณวัดจุกกระเฌอ ตำบลคลองจุกกระเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พื้นที่ดังกล่าวมีน้ำสะสมในคลองธรรมชาติ เนื่องจากบางช่วงมีสภาพตื้นเขินและมีวัชพืชขึ้นหนาแน่น สิ่งกีดขวางเหล่านี้ทำให้น้ำไหลผ่านได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จังหวัดจึงวางแผนใช้คลองชลประทานเป็นเส้นทางผันน้ำหลัก พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำประมาณ 30 เครื่อง กระจายติดตั้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อสูบน้ำจากคลองธรรมชาติเข้าสู่ระบบคลองชลประทาน ก่อนส่งต่อไปยังแม่น้ำบางปะกง
การดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในตำบลสาวชะโงก ตำบลเสม็ดเหนือ และตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า รวมถึงตำบลบางไผ่ ตำบลคลองนา และตำบลคลองจุกเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา หากสามารถติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเดินระบบได้ครบตามแผน ประชาชนอาจเริ่มเห็นระดับน้ำลดลงภายในประมาณ 3 วัน อย่างไรก็ตาม ผลการระบายยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกง ปริมาณน้ำใหม่ที่ไหลเข้าพื้นที่ และสภาพอากาศในแต่ละวัน
สามจุดสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
จุดที่สองอยู่บริเวณปลายคลองส่งน้ำสายใหญ่ ซอยซ้าย ตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบางคล้า เจ้าหน้าที่ติดตามการทำงานของเครื่องสูบน้ำแบบท่อซิ่งจำนวน 3 เครื่อง ซึ่งทำหน้าที่สูบน้ำจากคลองวังซุงเข้าสู่คลองชลประทาน จากนั้นจึงผันน้ำไปตามเส้นทางระบายผ่านพื้นที่จุกเฌอและลงสู่แม่น้ำบางปะกง การทำงานจุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำที่ได้รับการสั่งการระหว่างการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา
สำหรับจุดที่สามอยู่บริเวณประตูสูบน้ำเสาเขาชะโงก ในโครงการเขื่อนทดน้ำบางปะกง เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดสปริงเวย์ เพื่อระบายน้ำจากระบบคลองชลประทานลงสู่แม่น้ำบางปะกงโดยตรง วิธีการนี้ช่วยลดปริมาณน้ำที่ค้างอยู่ในคลอง และเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำจากบริเวณตอนใน โดยเฉพาะตำบลจุกเฌอและตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
การระบายน้ำจำเป็นต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหลายหน่วยงาน เพราะหากสูบน้ำจากพื้นที่ต้นทางได้มาก แต่ปลายทางยังรับน้ำไม่ไหว ก็อาจทำให้เกิดน้ำย้อนกลับหรือเกิดน้ำสะสมในจุดอื่นได้ จังหวัดจึงต้องติดตามระดับน้ำและปรับแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
- ระดมเครื่องสูบน้ำ: เตรียมเครื่องสูบน้ำประมาณ 30 เครื่อง ติดตั้งในจุดที่มีน้ำสะสมและระบายได้ช้า
- ใช้คลองชลประทานเป็นทางผันน้ำ: สูบน้ำจากคลองธรรมชาติเข้าสู่ระบบคลองชลประทาน เพื่อส่งต่อไปยังแม่น้ำบางปะกง
- เปิดสปริงเวย์: เพิ่มช่องทางระบายน้ำจากคลองชลประทานลงสู่แม่น้ำบางปะกง
- ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง: ประเมินระดับน้ำ ปริมาณฝน น้ำไหลเข้า และความสามารถในการรองรับน้ำของแม่น้ำบางปะกง
- ประสานความร่วมมือ: ทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำหรือน้ำมันเชื้อเพลิง
นอกจากเครื่องสูบน้ำแล้ว การสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะอุปกรณ์ต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อเร่งลดระดับน้ำ จังหวัดจึงประสานความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา เพื่อให้การเดินเครื่องเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่สะดุด ความร่วมมือในพื้นที่ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลสถานการณ์จริงและแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น
สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ควรติดตามประกาศจากจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด หากมีฝนตกเพิ่มหรือระดับน้ำเปลี่ยนแปลง ควรเตรียมย้ายสิ่งของสำคัญขึ้นที่สูง ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้าน และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำไหลแรง แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม
ภาพรวมของแผนแปดริ้วเร่งระบายน้ำท่วมขังครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องทำทั้งระบบ ไม่ใช่พึ่งเครื่องสูบน้ำเพียงอย่างเดียว การเปิดทางน้ำ การกำจัดวัชพืช การบริหารคลองชลประทาน และการประเมินระดับน้ำปลายทาง ล้วนมีผลต่อความเร็วในการระบาย หากทุกฝ่ายทำงานสอดคล้องกัน ก็จะช่วยลดความเสียหายและทำให้ชุมชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น
ประชาชนสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ได้ด้วยการไม่ทิ้งขยะลงคลอง ดูแลทางน้ำหน้าบ้านให้โล่ง และแจ้งจุดที่มีสิ่งกีดขวางหรือระดับน้ำเพิ่มขึ้นให้หน่วยงานท้องถิ่นทราบ การร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้การรับมือฝนตกและน้ำหลากในอนาคตมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ความคืบหน้าของการแปดริ้วเร่งระบายน้ำท่วมขังจะขึ้นอยู่กับการเดินระบบครบทุกจุดและสภาพน้ำในแม่น้ำบางปะกง ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเตรียมตัวรับมืออย่างไม่ประมาท เพื่อให้ครอบครัวและชุมชนปลอดภัยที่สุด
ที่มา – แปดริ้ว เร่งระบายน้ำท่วมขัง ระดมเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง ผันน้ำลงบางปะกง เพื่อคลี่คลายวิกฤตน้ำท่วม

