แผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME 4 ยุทธศาสตร์

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ถือเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะมีจำนวนผู้ประกอบการอยู่ทั่วประเทศและเกี่ยวข้องกับการจ้างงานในหลายภาคส่วน ล่าสุดภาครัฐได้เห็นชอบ แผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME 4 ยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ตลาดโลก และปัญหาสิ่งแวดล้อม

แผนงานดังกล่าวใช้งบประมาณรวม 786 ล้านบาท จากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประกอบด้วยงบประมาณปกติ 640.3 ล้านบาท และเงินสมทบเพิ่มเติม 145.7 ล้านบาท โดยตั้งเป้าช่วยเหลือและยกระดับผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 41,480 ราย การลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 5,856 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.4 เท่าของงบประมาณที่จัดสรร

แผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME 4 ยุทธศาสตร์

หัวใจของแผนนี้คือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่เพียงการสนับสนุนเงินทุนในระยะสั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาความรู้ เครื่องมือ โอกาสทางการตลาด และความสามารถในการปรับตัว โดยมี 4 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้

แผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME กับยุทธศาสตร์เทคโนโลยี

ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภาครัฐจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจมากขึ้น ตั้งแต่การจัดการสต๊อกสินค้า ระบบบัญชี การขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เครื่องมือเหล่านี้ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว และทำให้เจ้าของกิจการตัดสินใจได้แม่นยำกว่าเดิม

นอกจากนี้ยังมีการขยายบริการผ่านระบบ e-Service และผลักดันให้ผู้ประกอบการลงทะเบียน SME ONE ID และ SME Profile เพื่อให้เข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกขึ้น ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในฐานข้อมูลแล้ว 623,323 ราย และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนเป็นประมาณ 804,000 ราย หรือเพิ่มขึ้น 35% ในปีงบประมาณ 2570 การมีข้อมูลธุรกิจที่เป็นระบบจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนตรงกับความต้องการมากขึ้น

เปิดตลาดต่างประเทศ เพิ่มโอกาสให้ SME ไทย

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมการเข้าถึงตลาดสากล ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากมีสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ แต่ยังขาดความรู้ด้านการส่งออก การสร้างแบรนด์ และการเข้าถึงผู้ซื้อในต่างประเทศ ภาครัฐจึงเตรียมขยายช่องทางการตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ งานแสดงสินค้า และเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศ

การเข้าสู่ตลาดสากลจะช่วยให้ SME มีฐานลูกค้าที่หลากหลายขึ้น ลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากสินค้าที่มีเอกลักษณ์ เช่น อาหารไทย สินค้าเกษตรแปรรูป งานหัตถกรรม สุขภาพ ความงาม และบริการดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมเรื่องมาตรฐานสินค้า บรรจุภัณฑ์ ภาษา การชำระเงิน และกฎระเบียบของประเทศปลายทางควบคู่กันไป

ปรับธุรกิจสู่เศรษฐกิจสีเขียว

ยุทธศาสตร์ที่ 3 สนับสนุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวกำลังมีบทบาทมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของสินค้า การลดขยะ การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และความรับผิดชอบต่อสังคม

SME สามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น ลดการใช้พลาสติก เลือกบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ ใช้เครื่องจักรประหยัดพลังงาน จัดการของเสียอย่างเหมาะสม หรือเลือกใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แม้การปรับเปลี่ยนอาจต้องใช้เงินลงทุนในช่วงแรก แต่ระยะยาวจะช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 เร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูธุรกิจ SME โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมีความสำคัญมาก เพราะ SME จำนวนมากมีเงินทุนหมุนเวียนจำกัด หากหยุดกิจการเป็นเวลานานอาจกระทบต่อพนักงาน คู่ค้า และชุมชนโดยรอบ

แนวทางฟื้นฟูอาจครอบคลุมเงินช่วยเหลือ การปรับโครงสร้างหนี้ การซ่อมแซมสถานประกอบการ การจัดหาอุปกรณ์ทดแทน และการให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนกลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง ผู้ประกอบการเองควรจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติ สำรองข้อมูลสำคัญ ทำประกันภัยตามความเหมาะสม และเตรียมช่องทางขายสำรองเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต

ผู้ประกอบการควรเตรียมตัวอย่างไร

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการใช้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุน ควรเริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลกิจการให้เป็นปัจจุบัน ลงทะเบียนในระบบที่เกี่ยวข้อง และติดตามโครงการจากหน่วยงานภาครัฐอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน และเป้าหมายของธุรกิจ เพื่อเลือกเข้าร่วมโครงการที่ตอบโจทย์มากที่สุด

  • พัฒนาทักษะดิจิทัลและใช้ซอฟต์แวร์ช่วยจัดการธุรกิจ
  • ปรับสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของตลาด
  • ศึกษามาตรฐานและโอกาสทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • ลดต้นทุนด้วยแนวทางประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและแผนฟื้นฟูกิจการ

โดยสรุป แผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME 4 ยุทธศาสตร์ เป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างมีทิศทาง ทั้งด้านเทคโนโลยี ตลาดต่างประเทศ เศรษฐกิจสีเขียว และการรับมือวิกฤต เจ้าของกิจการควรติดตามรายละเอียดโครงการและลงมือปรับธุรกิจตั้งแต่วันนี้ เพราะการเตรียมพร้อมก่อนย่อมช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนได้ในระยะยาว

ที่มา – เปิดแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ชู 4 ยุทธศาสตร์พัฒนาช่วยผู้ประกอบการไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *