แม่ยกมือไหว้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจและสะเทือนใจในพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันปราบปราม สนับสนุนด้วยอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก 31 พิมาย ได้เข้าช่วยเหลือนางสมพงษ์ ใสพลกรัง วัย 62 ปี ชาวตำบลบ้านเทพหัสดิน หลังจากมีเหตุแจ้งว่าลูกชายของเธอวัย 49 ปี ได้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ทำเอาทั้งครอบครัวตกใจและหวาดกลัว

แม่ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา วอนตำรวจช่วย

เหตุเกิดขึ้นในบ้านหลังหนึ่งในตำบลนิคมสร้างตนเอง ซึ่งนางสมพงษ์ ได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ลูกชายของตนมีอาการผิดปกติ คล้ายกับคนที่เสพยาเสพติด สามารถพูดจาขอเลือด ข่มขู่ และทำร้ายร่างกายได้ ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดเหตุทำร้ายพ่อแม่มาก่อน ส่งผลให้ความกังวลของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมาก

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้

นางสมพงษ์ ระบุว่า ลูกชายเริ่มตะโกน ด่าทอ แล้วกล่าวขู่ว่าจะทำร้าย ทำให้ทั้งบ้านต้องหนีลงมาจากชั้นบน และเมื่อไม่อาจยับยั้งได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจโทรขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยกมือไหว้อย่างท่วงที โดยยอมรับว่าตัวเองก็มีน้ำตา แล้วกล่าวขอความกรุณาอย่างสุดซึ้ง หวังให้เจ้าหน้าที่จับหรือพาตัวลูกชายไปอยู่ในสถานพยาบาลเพื่อฟื้นฟูสุขภาพจิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งเหตุ ได้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พบว่าชายที่เป็นลูกชาย แม่คนหนึ่งมีพฤติกรรมลุกโกรธ ข่มขู่ ด่าทอ แถมยังพยายามทำลายทรัพย์สินในบ้าน โดยไม่มีสัญญาณของความสงบ

แม่ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา

ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า ต้องใช้วิธีการสื่อสารอย่างระมัดระวัง ด้วยความอดทน และความเข้าใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง จนในที่สุดสามารถเหนี่ยวนำให้ผู้เกี่ยวข้องยอมร่วมมือควบคุมตัวเพื่อนำส่งโรงพยาบาลพิมาย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยน ที่ทั้งน้ำตาและแรงไหว้ของแม่ก็เป็นแรงผลักดันให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือ

ผลกระทบต่อชีวิตครอบครัว

จากเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแค่บาดแผลจริงที่อาจเกิดขึ้น แต่ยังสร้างแรงกระตุ้นให้สังคมหันมาเห็นถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตในครอบครัว และการรับรู้ว่าทุกชีวิตในครอบครัวมีคุณค่า ทะเลาะเบาะแว้ง หงุดหงิดหรือพูดจาแรง มักไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่หากปล่อยไว้นาน ๆ แล้ว อาจกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่โต และท้ายที่สุด คือความเสื่อมสภาพของครอบครัว

ญาติ ๆ จำเป็นต้องมีความรู้และตระหนักเกี่ยวกับสุขภาพจิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ความเสี่ยงจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างความอุดมสมบูรณ์หรือความเจ็บป่วยสามารถทำลายเสถียรภาพของจิตใจได้ คู่ควรกับการให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง อย่างที่นางสมพงษ์ ทำไว้

วันนี้เราต้องเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ตำนานเคยร้องขอน้ำตาวอน ว่า หากรักจริง อย่ารอจนล่าช้า ความเข้าใจและเวลาที่คุณให้อาจเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตคนให้กลับมาอย่างปลอดภัยได้

ยินดีให้คนรอบข้างมีส่วนช่วยเหลือ ไม่ว่าจะจากญาติพี่น้อง เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยกู้ภัย และตระหนักว่า คำว่า “แม่ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา วอนตำรวจช่วย” นั้น ไม่ใช่เพียงสุนทรพจน์ แต่เป็นเสียงของความสิ้นหวัง ที่อยากมีใครสักคนเข้ามา

ที่มา – แม่ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา วอนตำรวจช่วยจับลูกชายคลุ้มคลั่ง หวั่นถูกทำร้าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *