แม่วงก์เร่งแก้! ช้างป่า บุกไร่ข้าวโพด-อ้อย
เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2568 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าปางสัก หน่วยอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ที่ 5 (มว.5 ปางสัก) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ร่วมกันตั้งจุดสกัดและออกลาดตระเวนผลักดันช้างป่าที่ออกมาหากินนอกพื้นที่อนุรักษ์ หลังช้างป่ากลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปในพื้นที่บ้านปางสัก หมู่ 12 ต.แม่เปิน สร้างความเสียหายแก่ไร่ข้าวโพดและอ้อยของชาวบ้านจำนวนมาก

นายบุญยืน ทวีลาภ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านปางสัก เปิดเผยว่า ช้างป่าที่ออกมาหากินในครั้งนี้ คาดว่ามาจากเขตป่าแม่วงก์หรือป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งอยู่ติดกัน โดยช้างออกมากินพืชไร่ที่กำลังเติบโตจนเกษตรกรหลายรายได้รับผลกระทบ บางแปลงเสียหายแทบทั้งหมด เบื้องต้น ได้ประสานหน่วยงานป่าไม้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 พร้อมผู้นำชุมชน และอาสาสมัครท้องถิ่น ระดมกำลังจัดชุดผลักดันช้างป่ากลับเข้าสู่พื้นที่ป่า เพื่อลดความเสียหายและป้องกันเหตุรุนแรง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เตือนประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นช้างป่าไม่ควรเข้าไปขับไล่หรือจุดประทัดไล่เอง เพราะอาจเกิดอันตราย โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่ช้างออกหากินบ่อยที่สุด พร้อมกำชับให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อเข้าดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัย

ทั้งนี้ มีข้อมูลจากหน่วยอุทยานฯ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ช้างป่าจำนวนหนึ่งมักออกมาหากินในพื้นที่อำเภอแม่เปินเป็นระยะ โดยบางครั้งมาเป็นโขลงใหญ่ บางครั้งเป็นช้างเดี่ยว ส่วนใหญ่จะออกหากินตอนกลางคืนและกลับเข้าป่าช่วงเช้า ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรในพื้นที่ต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงต้องตั้งทีมเฝ้าระวังตลอดทั้งปี เพื่อป้องกันความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน.
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เร่งผลักดัน ‘ช้างป่า’ บุกไร่ทำลาย ‘ข้าวโพด-อ้อย’
สถานการณ์ช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมเป็นปัญหาที่ท้าทายการจัดการพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่ชุมชน การแก้ไขปัญหานี้ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและช้างป่าอย่างยั่งยืน
แนวทางการแก้ไขปัญหา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เร่งผลักดัน ‘ช้างป่า’ บุกไร่ทำลาย ‘ข้าวโพด-อ้อย’
- การจัดการพื้นที่: การปรับปรุงพื้นที่ป่าให้มีแหล่งอาหารและน้ำเพียงพอสำหรับช้างป่า เพื่อลดความจำเป็นในการออกนอกพื้นที่ป่า
- การสร้างแนวป้องกัน: การสร้างรั้วไฟฟ้า หรือคูกันชน เพื่อป้องกันช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรม
- การเฝ้าระวังและแจ้งเตือน: การติดตั้งระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยช้างป่า เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ
- การเยียวยาความเสียหาย: การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า
- การสร้างความเข้าใจ: การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมของช้างป่า และแนวทางการปฏิบัติตนเมื่อพบช้างป่า
การแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราสามารถหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับปัญหานี้ได้
ดังนั้น การเข้าใจถึงพฤติกรรมและวงจรชีวิตของช้างป่าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการช้างป่าจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ที่มา – ‘อุทยานแห่งชาติแม่วงก์’ เร่งผลักดัน ‘ช้างป่า’ บุกไร่ทำลาย ‘ข้าวโพด-อ้อย’




