โกงสอบท้องถิ่น คืนเงินแล้วคดีไม่จบ จ่อเอาผิดทุกคน

ประเด็น โกงสอบท้องถิ่น กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือ กมธ.ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยระบุว่า ขณะนี้มีการรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายและการแจ้งความในหลายจังหวัดแล้วกว่า 100 คดี

กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้ที่จ่ายเงินเพื่อหวังให้มีชื่อสอบผ่านหรือได้รับการช่วยเหลือในการสอบเข้าท้องถิ่น แต่ภายหลังไม่เป็นไปตามที่ตกลง จึงทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่ แม้บางรายจะได้รับเงินคืนจากนายหน้าหรือผู้รับเงินแล้ว แต่ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ย้ำชัดว่า คืนเงินแล้วไม่ได้หมายความว่าคดีจะจบ เพราะพยานหลักฐานอาจเชื่อมโยงไปถึงผู้สนับสนุนและตัวการรายอื่นที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โกงสอบท้องถิ่น คืนเงินแล้วก็ยังต้องตรวจสอบ

ในหลายจังหวัด เมื่อเรื่องถูกเปิดเผยและมีการแจ้งความ ผู้ที่ทำหน้าที่รับเงินหรือนายหน้าอาจพยายามหาเงินมาคืนให้ผู้เสียหาย จากนั้นผู้เสียหายบางส่วนจึงถอนแจ้งความ ทำให้คดีในระดับพื้นที่อาจดูเหมือนยุติลง อย่างไรก็ตาม กมธ.ป.ป.ช.มองว่าการดำเนินการลักษณะนี้ไม่ควรทำให้การตรวจสอบหยุดลง เพราะการทุจริตอาจไม่ได้มีเพียงความเสียหายของผู้จ่ายเงิน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการใช้อิทธิพล การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ และการบิดเบือนกระบวนการสอบแข่งขัน

ข้อมูลจากแต่ละจังหวัดจึงถูกนำมารวบรวมและส่งต่อให้ ป.ป.ช. เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงในภาพรวม การมีข้อมูลจากหลายพื้นที่อาจช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นรูปแบบการทำงานของขบวนการได้ชัดขึ้น ทั้งรายชื่อนายหน้า ผู้ประสานงาน ผู้รับผลประโยชน์ และบุคคลที่อาจอยู่เบื้องหลัง โดยการดำเนินคดีจะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนของกฎหมาย

โกงสอบท้องถิ่นอาจเชื่อมโยงหลายฝ่าย

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ระบุว่า ผู้ที่ถูกดำเนินคดีบางรายอาจไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้จัดสอบโดยตรง แต่เป็นผู้สนับสนุนหรือผู้ประสานงานให้เกิดการทุจริต ดังนั้น การดำเนินคดีอาจต้องแยกบทบาทของแต่ละคนอย่างละเอียดว่าใครเป็นผู้ลงมือ ใครเป็นผู้สั่งการ และใครให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน การแจ้งข้อกล่าวหาจึงต้องอาศัยหลักฐานที่รัดกุม เพื่อให้สามารถนำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างถูกต้อง

สำหรับข้อสงสัยว่าข้อมูลจะเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจระดับสูงหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปเช่นนั้น เจ้าหน้าที่และบุคคลที่ถูกกล่าวหาบางรายยังให้การปฏิเสธ และยังไม่มีการซัดทอดไปถึงบุคคลอื่น แต่หากการสอบสวนพบพยานหลักฐานถึงใคร บุคคลนั้นก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่จำกัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ นายหน้า หรือผู้มีตำแหน่งทางการเมือง

ทำไมคดีโกงสอบท้องถิ่นจึงต้องตรวจสอบต่อ

กมธ.ป.ป.ช.มองว่าปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นอาจเกิดขึ้นมานานแล้ว และมีข้อมูลว่ากลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้อาจเป็นกลุ่มเดียวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา หากไม่มีการจัดการอย่างจริงจัง ขบวนการอาจย่ามใจและขยายตัวในการสอบครั้งต่อไป การรวบรวมข้อมูลจากทั่วประเทศจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้การตรวจสอบไม่จำกัดอยู่เฉพาะคดีใดคดีหนึ่งหรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง

ประเด็นสำคัญที่สังคมควรติดตามมีดังนี้

  • การรวบรวมคดี: มีการเก็บข้อมูลการแจ้งความจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมแล้วมากกว่า 100 คดีตามข้อมูลที่เปิดเผย
  • เงินที่คืนให้ผู้เสียหาย: การคืนเงินอาจช่วยเยียวยาความเสียหาย แต่ไม่ได้ลบล้างความผิดที่อาจเกิดขึ้น
  • บทบาทของนายหน้า: ต้องตรวจสอบว่าเป็นเพียงผู้รับเงิน หรือมีส่วนร่วมในการวางแผนและสนับสนุนเจ้าหน้าที่
  • การส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.: ข้อมูลระดับประเทศอาจช่วยเชื่อมโยงตัวการที่ยังไม่ปรากฏในสำนวนคดีท้องถิ่น
  • การสอบสวนตามหลักฐาน: ทุกคนควรได้รับความเป็นธรรม และผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

นอกจากคดี โกงสอบท้องถิ่น แล้ว นายอาสพลธ์ยังกล่าวถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอส โดย กมธ.ป.ป.ช.ได้รับข้อมูลจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางรายการที่อาจไม่เป็นไปตามระเบียบ ทั้งการจ้างงานแบบเฉพาะเจาะจง ค่าตอบแทนผู้ดำเนินรายการและที่ปรึกษา รวมถึงการใช้รถและการเบิกค่าเดินทาง ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าควรตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสและธรรมาภิบาล

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานด้านสื่อของไทยพีบีเอส แต่เป็นการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินที่มาจากทรัพยากรสาธารณะ เพื่อให้การบริหารงบประมาณเป็นไปตามกฎหมายและตรวจสอบได้ การเปิดเผยข้อมูลอย่างรอบด้านจะช่วยให้สังคมเห็นข้อเท็จจริงและลดข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ

สำหรับคดีสอบท้องถิ่น ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และผู้ที่มีข้อมูลหรือได้รับความเสียหายควรเก็บหลักฐาน เช่น เอกสารการโอนเงิน ข้อความสนทนา รายละเอียดการติดต่อ และข้อมูลพยาน เพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่ การดำเนินคดีที่มีหลักฐานชัดเจนจะช่วยให้สามารถแยกแยะผู้เสียหายออกจากผู้ร่วมกระทำผิดได้อย่างเป็นธรรม

บทเรียนจากเรื่องนี้สะท้อนว่า การคืนเงินไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุให้สังคมมองว่าปัญหาจบลงแล้ว เพราะหัวใจสำคัญคือการรักษาความสุจริตของระบบสอบแข่งขัน หากพบผู้กระทำผิดจริง ทุกฝ่ายควรสนับสนุนให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้การ โกงสอบท้องถิ่น กลายเป็นเรื่องปกติ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้สมัครสอบที่ตั้งใจใช้ความรู้ความสามารถของตนเอง

ประชาชนสามารถช่วยกันเฝ้าระวังและติดตามคดีนี้ต่อไป เพราะการปราบปรามที่จริงจังในวันนี้อาจช่วยป้องกันไม่ให้ขบวนการทุจริตขยายตัวในการสอบครั้งต่อไป

ที่มา – ‘อาสพลธ์’ ลั่นเอาผิดทุกรายโกงสอบท้องถิ่น คืนเงินแล้วคดีไม่จบ ชง ป.ป.ช.ลากตัวการเข้ากระบวนการยุติธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *