โครงการ การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ผู้สมัครฯ ส.ก. และผู้ว่าฯกทม.
เชื่อว่าในช่วงนี้ชาวกรุงเทพฯ หลายคนกำลังจับตามองสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นกันอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ ทาง กกต.กทม. ได้จัดโครงการ การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าฯกทม. ขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ เพื่อย้ำเตือนถึงกติกาและความสำคัญของการแข่งขันที่สง่างาม
ความสำคัญของ โครงการ การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าฯกทม.
การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สมัครทุกคนมีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับระเบียบและข้อกฎหมาย เพราะถ้าเราอยากเห็นเมืองที่ดีขึ้น สิ่งแรกที่ต้องเริ่มคือการเริ่มต้นแข่งขันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม การมีส่วนร่วมจากผู้สมัครหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้ว่าฯ หรือ ส.ก. จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าทุกคนพร้อมจะพา กทม. ไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า
รายละเอียดและเป้าหมายของ โครงการ การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าฯกทม.
ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้สรุปสาระสำคัญที่ผู้สมัครต้องพึงระวังไว้หลายประการ โดยมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้:
- การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย: ผู้สมัครทุกคนมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายต่อ กกต. ให้ครบถ้วนภายใน 90 วันหลังการเลือกตั้ง
- ข้อห้ามสำคัญ (มาตรา 65): ห้ามเสนอหรือสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ ห้ามจัดงานมหรสพ หรือการกระทำใดๆ ที่เป็นการหลอกลวงหรือใส่ร้ายคู่แข่ง
- การหาเสียงของผู้ช่วย: ผู้สมัครต้องกำชับให้ทีมงานหาเสียงทุกคนปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมและตัวผู้สมัครเอง
นอกจากนี้ ในช่วงการตรวจสอบคุณสมบัติ 7 วันหลังจากสมัคร ทาง กกต. ได้ระบุว่าสถานการณ์การหาเสียงในปัจจุบันยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต หรือการฝ่าฝืนกฎกติกาอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 มิถุนายนนี้
ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ได้เลยหากผู้สมัครขาดความเข้าใจและการปรองดอง การที่ กกต. จัดทำโครงการนี้จึงเป็นเสมือนเข็มทิศให้ผู้สมัครใช้ความสามารถในการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ แทนการใช้วิธีที่ไม่เป็นธรรม เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนคนกรุงเทพฯ คือผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดหากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม
หวังว่าผู้สมัครทุกท่านจะนำเอาความรู้จากโครงการนี้ไปปรับใช้ในการหาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและนำพาให้กรุงเทพมหานครของเรากลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนครับ

