โคราชฝนทิ้งช่วงขาดน้ำเพาะปลูก ชาวนาเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นไร่
สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มส่งสัญญาณวิกฤตอีกครั้ง เมื่อล่าสุดมีรายงานว่าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา กำลังเผชิญกับปัญหา โคราชฝนทิ้งช่วงขาดน้ำเพาะปลูก ชาวนาเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นไร่ ซึ่งถือเป็นผลกระทบที่สร้างความกังวลใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอพิมาย ที่ระดับน้ำในเขื่อนลดต่ำลงจนเห็นโขดหินอย่างชัดเจน
สถานการณ์โคราชฝนทิ้งช่วงขาดน้ำเพาะปลูก ชาวนาเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นไร่
จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ จำเป็นต้องปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนพิมายทั้งหมด เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่การเกษตรใน 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลท่าหลวง ตำบลชีวาน ตำบลดงใหญ่ และตำบลกระชอน ซึ่งชาวนาในพื้นที่เหล่านี้ต่างพึ่งพาน้ำจากชลประทานเป็นหลัก
ผลกระทบเมื่อโคราชฝนทิ้งช่วงขาดน้ำเพาะปลูก ชาวนาเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นไร่
ปัญหา โคราชฝนทิ้งช่วงขาดน้ำเพาะปลูก ชาวนาเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นไร่ ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ต้นข้าวขาดน้ำ แต่ยังสร้างความเสียหายต่อนาข้าวที่กำลังตั้งท้องและออกรวง หากภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ยังไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม มีความเป็นไปได้สูงที่ต้นข้าวจะยืนต้นตายทั้งหมด ซึ่งถือว่าวิกฤตฝนทิ้งช่วงในปีนี้มีความรุนแรงและยาวนานที่สุดในรอบหลายปี
สาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ลุกลามใหญ่โต:
- ปริมาณฝนที่ตกลงมาน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
- เขื่อนกักเก็บน้ำพิมายมีระดับน้ำลดต่ำลงจนไม่สามารถจัดสรรน้ำได้
- พื้นที่นาข้าวส่วนใหญ่พึ่งพาระบบชลประทานที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลน
ในฐานะผู้ติดตามสถานการณ์ เราหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน ทั้งการสูบน้ำระยะไกลหรือการทำฝนหลวงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ ผลผลิตข้าวนาปีที่ชาวนาตั้งใจรอคอยอาจสูญสิ้นไปทั้งหมด นี่คือบททดสอบสำคัญที่หน่วยงานรัฐต้องรีบเข้าถึงและแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงทีครับ
ที่มา – ‘โคราช’ ฝนทิ้งช่วงขาดนํ้าเพาะปลูก ชาวนาเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นไร่
